ช่วงนี้นังไนล์แอบเครียดเรื่อง"ตาบ้า"นั่นนิดหน่อยค่ะ

ช่ายยย...คนนั้นแหละ คนเดิม (ยังไม่ได้เปลี่ยน)

เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะความ...หูเบาของนังไนล์และความหวังดีของคนอื่นแท้ๆ

คือ...จะว่ายังไงดี...

คนที่นังไนล์ชอบน่ะ...

ไปอยู่ที่ไหนก็มีแต่คนรัก...

รัก...

เฮ่อ...............................

เสน่ห์แรงจริงนะยะ (หมั่นไส้)

จนใครๆก็ว่าเขาเป็นเสือผู้หญิง (ในคราบหมีขาว)

บ้าจริง

ขนาดกลมกลิ้งขนาดนั้นแล้วนะ

แล้วบอกใคร ใครเขาจะเชื่อ

ว่าเรายังไม่เคยกอดกัน (ความหมายภาษาไทย)

ไม่เคยจุ๊บกัน

ไม่เคยหอม...เอ๊ะ...นังไนล์ขโมยหอมแก้มเขาไปแล้วนี่หว่า...เออ อันนั้นเคยแล้ว

แล้วเวลาเราคุยกัน เราก็จะคุยเรื่องงาน เรืองเที่ยวต่างจังหวัด(ซึ่งก็ยังไม่เคยไป) เรื่องละคร เรื่องต่างๆ

ไร้ซึ่งน้ำตาลแม้แต่นิดเดียว

(แย่ว้อย ขาดความหวานในชีวิต)

ขอโทษเถอะนะ ถ้านังไนล์ไม่เป็นฝ่ายพูด ไม่เค้ย ไม่เคย หลุดมาให้ได้ยิน

แต่คนอื่นน่ะ...คิดว่าเรียบร้อยกันไปแล้ว

แล้วก็คิดว่าไม่ได้เรียบร้อยแค่นังไนล์คนเดียว

แล้วก็มีคนมาเตือนๆ...

เตื๊อน เตือน

เตือนกันเหลือเกิน

เตือนจนคนที่ได้เจอกันแค่เดือนละครั้ง (ครั้งละไม่เกินสองชั่วโมง ฮือๆ) มันชักจะเครียดๆ

แต่เราหาได้ปล่อยความเครียดหมักหมมไม่ (แค่ตกตะกอนอยู่สองวัน)

เราก็ถามเจ้าตัวไปเลย

เขาดีใจเว้ยเฮ้ยค่ะท่าน

ดีใจที่มาถามตรงๆ

เพราะไม่ว่าจะเหตุการณ์ไหน

เขารู้เป็นคนสุดท้ายเสมอ...ทุกคนคิดกันไป นินทากันไป แล้วก็...จบกันไป

วันนี้เลยได้คุยกันเรื่องแฟนเก่ากับสาวๆที่มามีเรื่องกุ๊กกิ๊กกับพี่แก

ก็คุยกันแบบตรงๆ...ซึ่งก็ดีนะ...

ดีที่เขารับได้เวลานังไนล์ถามอะไรไปตรงๆ

คุยกับเขาแล้วรู้สึกดี ไม่ต้องคิดว่าเราจะพูดอะไรออกไปไม่ถูกใจเขาบ้างรึเปล่า

หรือเวลานึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรดีแล้วเงียบกันไปทั้งคู่ ก็ไม่ได้เดือดร้อนว่าต้องหาเรื่องคุย

เดี๋ยวก็มีเสียงกิ๊กๆกั๊กๆดังขึ้นมาอยู่ดี ("เสียงอะไรอ่ะทำไมหัวเราะแบบนั้น" "เปล่า ก็เห็นเงียบๆ")

วันนี้คุยกันเกือบสี่ห้าชั่วโมง

แต่หลังจากวางหูไปก็นึกขึ้นมาได้

...ตกลงก็ยังไม่ได้ถามซะที

ว่านี่...เราเป็นอะไรกัน...

อืม...นะ...เป็นแบบนี้มาจะครบปีแล้ว...ไม่เคยถาม ก็ไม่เคยบอก

โอ๊ย ไม่ชัดเจน คลุมเครือ

นังไนล์มักน้อยไปไหมเนี่ย...

แต่ว่านะ...ใครจะว่า"เมียน้อย"ก็ช่างเหอะ

เรารู้อยู่แก่ใจ

เสือผู้หญิงจริงๆแล้วเป็นคุณหมีรักสงบ

ครอบครัว อดีต สิ่งที่ชอบ การงาน ช่วงเวลาที่ตกต่ำ...

ได้รู้เรื่องพวกนี้...มันก็เหมือนได้"ส่วนหนึ่ง"มาแล้ว

แค่นี้ก็สุขใจแล้วล่ะ...

เฮ้อ...สงสัยนังไนล์จะพลาด...หลงรักตาหมีขาวเข้าจริงๆแล้วนะเนี่ย...

...ชีวิตวัยรุ่นเริ่มเมื่ออายุยี่สิบ... (แล้วไอ้คนก่อนๆของหล่อนหายไปไหนแล้วละยะ)

(เอ็นทรี่นี้เพ้อ...คนมีความรักนี่เลี่ยนจริงๆ)

เริ่มที่หมา จบที่Safe sex

posted on 28 Sep 2008 21:34 by renile  in My-World

สืบเนื่องจากวันฉลองอิสรภาพของนังไนล์ (สอบ เสร็จ แล้ว ฮัด ช่า ฮ่าๆๆๆ)

นั่งเปิดยูทูปดูทั้งวันแล้วก็ไปเจอ

สิ่งนี้

 

มันก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่คลิบเพลงๆหนึ่ง

แต่ที่มัน"มีอะไร"ขึ้นมาคือคอมเม้นท์ในคลิบๆนี้

"ทำไมคนลูกครึ่งถึงได้ดูดีกันจัง"

เออว่ะ...ทำไมหว่า?

ก็มีคนตอบ...ว่าตามธรรมชาติแล้ว สัตว์ที่เป็นพันธุ์ทางจะถึก ทน และดีกว่าพันธุ์แท้เสมอ

ดูอย่างหมา

หมาพันธุ์แท้นอกจากจะมีเอกลักษณ์เฉพาะสายพันธุ์แล้ว มันก็มีข้อด้อยเฉพาะสายพันธุ์เหมือนกันพอเกิดการผสมในสายพันธุ์มากขึ้น (ซึ่งแน่นอน เกิดจากฝีมือมนุษย์เราเนี่ยแหละ) ไอ้อาการนี้ก็จะแผลงฤทธิ์ออกมากลายเป็นโรคเฉพาะสายพันธุ์

เหมือนหมาตัวใหญ่ๆอย่างอัลเซเชี่ยนที่มักจะมีปัญหาเรื่องข้อสะโพก หรือว่า หมาพันธุ์เล็กเกินเหตุที่จะมีปัญหาคลอดยาก

ที่ยกตัวอย่างเป็นหมา นังไนล์ไม่ได้ตั้งใจจะหยาบคายนะ แต่จะชี้ให้เห็นชัดๆ

หมา ไม่ว่าจะตัวเล็กตัวใหญ่มันก็เป็นหมา

และถ้าเป็นหมา มันก็ควรจะผสมกันมีลูกหมาออกมาได้

...แล้วคุณคิดว่า ชิวาว่า สามารถผสมกับ เซนท์เบอร์นาร์ด หรือว่า โกลเด้นได้ไหม? (ไม่ต้องสูงขนาดนั้นก็ได้ เอาแค่อีด่างแถวบ้าน หนุ่มหวาแกก็ตะกายไม่ถึงแล้ว)

นี่มันสัตว์โลก"ชนิด"เดียวกันแน่เหรอะ

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น....

ประเด็นที่นังไนล์สงสัยก็คือ แล้วมนุษย์เราล่ะ? จากลูซี่ถึงปัจจุบันนี้มันมีอยู่กี่พันธุ์แล้วนะ?

ฝรั่งหัวทอง

ฝรั่งหัวไม่ทอง(แบบอิตาเลียน)

แขกดำ

แขกขาว(หล่อ กระชากใจ)

ละติน (หล่อ กระชากใจx2)

ตาหยี ตี๋หมวย

นิโกร

ชาวเกาะ

ผิวเหลืองแบบเราๆ (เหลืองไหม้ๆหรือเหลืองนวลๆไม่ว่ากัน)

...คิดๆแล้วก็แปลกดีเนอะ ทำไมมนุษย์เหลือเผ่าพันธุ์อยู่ไม่ค่อยเยอะ

แล้วถ้าลูกครึ่งมันดีนัก...ทำไมไม่ไปมีลูกกับคนต่างเผ่ากันซะให้หมดล่ะ?

.

..

..

...

แหม...คำตอบก็ เพราะ...ไม่ว่าใครก็คงอยากมีลูกกับคนที่เรารักใช่ไหมล่ะ?

ใช่ไหม?

ใช่ไหม?

ใช่ไหม?

(เอคโค่สร้างอารมณ์)

นั่นสิเนอะ...เพราะลูกคือผลผลิตของคนที่รักกันสองคน

เซ็กซ์...ภาษาปะกิด มีคำที่แปลได้ความหมายนี้อยู่สองคำ ที่นังไนล์ชอบมาก (ชอบอะไรวะ?)

FUCK

กับ

Make Love

ถ้าทำด้วยรักมันก็คือ Make Love ถ้าไม่รักก็แค่ Fuck

ถ้ารัก...จงทำอย่างตั้งใจ

ถ้าไม่รัก...อย่าให้มีผลกระทบอะไรตามมาทีหลัง

 

 

 

 

ใช้ถุงยาง...

 

 

 

ไม่งั้นก็ให้เธอคนนั้นไปธนาคารสเปิร์ม เลือกสเปิร์มจากหนุ่มหล่อเท่กระฉากใจไร้โรคซะ

ดีกว่าสเปิร์มเหี่ยวๆจากผู้ชายเหียกๆ...เนอะ

 

 

 

 หรือพวกทิ่มแทง ทำแท้ง ทอดทิ้งเนี่ย

 

 

 

 

ถุงยางสามชิ้นราคาไม่เกินร้อย

ทำแท้งหนึ่งครั้ง...ราคา...ทั้งชีวิต...

 

 

 

ยืดอกพกถุง!

 

 

 

(เอ็นทรี่นี้เป็นการระบายอารมณ์ติดค้าง หลังจากเห็นผู้ชายทำกระมิดกระเมี้ยนหยิบถุงยางแล้วก็วางแล้วก็เดินออกจากเซเว่น)

 

จบ...

(ถ้าแม่มาอ่านนี่จะเป็นไงว๊า)

เอิ๊กๆ

ป.ล. ระหว่างที่เสิร์จหาราคาถุงยาง นังไนล์ก็ไปเจอนี่มาค่ะทุกท่าน http://www.condomthai.com/condom.php

ดูซิ เดี๋ยวกระทั่งในเว็บยังมีขาย!

(หมายเหตุ - คืนสภาพจากเอ็นทรี่ที่แล้วสี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ มันอาจจะยัง"เพี้ยนๆ"อยู่นะคะ)

นังไนล์เคยประกาศกับคนรอบข้างว่า "อนาคตของฉันไม่ใช่ทีนี่"

เหมือนกับที่เพื่อนสนิทที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดเคยพูดไว้กับนังไนล์ แต่ต่างกันนิดหน่อย ตรงที่คราวนี้คนพูดเป็นเด็กกรุงเทพ

นี่จะเข้าข่ายกบเลือกนายรึเปล่า?

ก็คงใช่ละมั้ง

เพราะวันที่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถเมลล์ ขณะฝนตกหนัก และรถติดเป็นบ้า (หนึ่งชั่วโมง จากจุฬาฯไปสะพานเหลือง) สายตาของนังไนล์ก็มองเห็นป้ายโฆษณาแนะนำผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯเต็มไปหมด

เฮ้อ...

นังไนล์ตัดสินใจว่านังไนล์เกลียดกรุงเทพ

ของก็แพง รถก็ติด เมืองก็ใหญ่ ใครเป็นใครก็ไม่รู้ มีแต่คนแปลกหน้า เรื่องดีๆในชีวิตแทบจะหายไปจากสมอง มีแต่คนมองกันที่เปลือกนอก ทุกอย่างมันเต็มจนล้นไปหมด

ที่นี่ไม่ใช่อนาคตของฉัน

ชีวิตของนังไนล์จะไม่จบที่เมืองที่เต็มแน่นจนไม่มีที่ให้หายใจแบบนี้หรอก

-----------------------

หนึ่งวันผ่านไป

วันนี้นังไนล์พก "เจ้าเที่ยงคืน" ไปที่ทำงานพิเศษ เอาไปตั้งไว้หน้าร้าน แล้วบอกว่า "เอามากวักเรียกลูกค้า"

โว้ว วันนี้ขายได้ตั้งห้าพันกว่าเชียวนะ

นังไนล์มีความสุขและกอดรัดฟัดเหวี่ยง "เจ้าเที่ยงคืน"

ก่อนจะลืมมันไว้ที่ร้าน

นังไนล์ชวนน้องสาวกลับไปเอา แวะกินเค้กนิดหน่อย แล้วก็เดินไปซื้อของด้วยกัน

ระหว่างทางเราคุยกัน เราทะเลาะกัน เราหัวเราะกัน

เราหยุดนิดนึงเพื่อไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ศาลเจ้าตรงวงเวียนโอเดียน ไหว้ข้ามถนนเลยล่ะ

เรานินทาเจ้าหมาอ้วนที่นั่งพับเพียบอยู่หน้าร้านขายของ

เราไปดูนู่นดูนี่ในวัตสันที่โรงแรมไวท์ออคิด ก่อนจะเดินกลับบ้าน (ดีจัง สาขานี้ไม่มีบีเอ เราเลยเดินดูของแล้วก็ทะเลาะกันว่าจะซื้อยาย้อมผมสีอะไรดีได้อย่างสบายใจ)

ระหว่างทาง ตอนที่เดินผ่านแนวธนาคารก่อนถึงวงเวียนโอเดียน นังไนล์ควักมือถือขึ้นมาเปิดเพลงแล้วก็ร้องเสียงดังสนั่น (หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น) น้องนังไนล์ด่าแล้วก็ทะเลาะกัน แล้วก็หัวเราะกัน

ระหว่างทาง ตอนที่เดินข้ามถนนตรงสะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษม นังไนล์ลองหมุนตัว แล้วก็ขำตัวเองที่หมุนตัวกลางถนน (ตอนไม่มีรถนะ) น้องนังไนล์ก็บ่นว่าบ้า แล้วก็หมุนตัวแบบบัลเลต์ กระโดดอีกหนึ่งที แล้วก็เดินหัวเราะกันไป

"ตรงนี้...เห็นฟ้ากว๊างกว้าง" นังไนล์พูด "ไม่ค่อยมีที่ไหนเห็นฟ้าได้แบบนี้เลยเนอะ...คือแบบ ที่ๆไม่ใช่สวนสาธารณะที่เขา "จงใจ" ทำให้เห็นฟ้าแบบนี้น่ะ"

"อื้อ"

 

 

 

 

แล้วชั่วขณะหนึ่งนังไนล์ก็นึกถึงตัวเองตอนที่อยู่บนรถเมลล์ เทียบกับตอนนี้...บนถนนเส้นเดิม เพียงแต่เปลี่ยนเวลากัน

...

..

.

อืม...บางทีนังไนล์...ก็อาจจะไม่ได้เกลียดกรุงเทพขนาดนั้นก็ได้ละมั้ง?

 

 

เพราะเรื่องดีๆมันก็ยังมีอยู่

เพียงแต่เราหามันไม่เจอเท่านั้นเอง

...

หาไม่เจอเหรอ?

งั้นก็สร้างมันขึ้นมาสิ

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เราก็สร้างความสุขได้นะ~

 

(อย่างพรุ่งนี้ นังไนล์ต้องสร้างความสุขในห้องสอบได้แน่ๆ)

 

 

สาธุ...

 

(เฮ้ย ใครถุยน่ะ!)