ระยะห่างระหว่างกัน

posted on 18 Nov 2008 00:33 by renile  in My-Life

ในสังคมแปลกๆบนโลกใบนี้

ยึดตามลัทธิ "ข้า" นิยมของนังไนล์แล้ว

คนเรามันแบ่งได้เป็น 

คนที่เหมือนเรา

กับคนที่ไม่เหมือนเรา

แค่นั้นแหละค่ะ

บางอย่างเหมือนเรา บางอย่างไม่เหมือนเรา

และในคนพวกนั้น

ก็ยังมีคนที่รับคนที่ไม่เหมือนเราได้

แล้วก็รับคนที่ไม่เหมือนเราไม่ได้ 

 ถามว่านังไนล์มีเพื่อนเยอะไหม

เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเยอะ(วะ?)คะ

ถ้านับตามจำนวน"แต้ม"ในไฮไฟว์ ก็เยอะนะ (ผลของการใช้เมลล์ๆเดียวมาตลอดหลายปี คอนแทคบานเบอะ)

(แต่แต้มพวกนั้นมันเป็นเพื่อนฉันจริงๆเหรอเนี่ย?)

เอ้า นั่นไม่ใช่ประเด็น

ประเด็นของนังไนล์คือ...ในบรรดาเพื่อนทั้งหลายของนังไนล์เนี่ย

มีทั้งคนที่เหมือนกับนังไนล์(แค่บางส่วน...บางส่วนเท่านั้น โลกยังไม่เลวร้ายขนาดมีนังไนล์สองคนหรอกน่ะ)

กับคนที่ไม่ได้มีส่วนไหนใกล้เคียงกับนังไนล์เล้ย

แต่เราก็เป็นเพื่อนกันได้

ด้วย "ระยะห่าง"

นังไนล์เรียนรู้ว่า ...ไม่ควรไปชอปปิ้งหรือกินข้าวกับนางสาวบี...ถ้าต้องการมีตังค์เหลือชักหน้าถึงหลังได้

 ...ไม่ควรทำงานกับนางสาวเอ...เพราะอาจจะทนความไม่รับผิดชอบของมันไม่ได้ (ขอแม่ตบซะทีเหอะ มาสายสองชั่วโมงจากเวลานัด แล้วปิดมือถือหนีเนี่ย)

...ไม่ควรสนิทกับนางสาวซีให้มากเกินไป เพราะเธอจะขอยืมสิ่งต่างๆไปแล้วไม่คืน หรือไม่ก็ยืมมือถือเราไปโทรออกเป็นชั่วโมงๆ

แต่...

นางสาวบีก็เป็นเพื่อนขาเม้าท์ที่ดี โดยเฉพาะการเม้าท์พวกดารา

นางสาวเอก็เป็นเพื่อนช็อปปิ้งที่ไปไหนไปกัน ต่อกันมันเที่ยงวันยันเที่ยงคืน

และนางสาวซีก็เป็นศิราณีที่มีประสบการณ์โชคโชน ช่วยเราได้เวลาคับข้องใจ...

 

ก็ไม่ใช่ว่าจะแย่ไปซะทีเดียว

แต่...

ก็ยังไม่ใช่...

ไม่ใช่เพื่อนซี้

ที่ไม่ว่าจะแตกต่างกันหรือเหมือนกัน

ก็"แสดงออก"มาได้

ไม่ต้องใส่หน้ากาก

ไม่ต้องมาอิจฉา 

ไม่ต้องรักษาระยะห่าง...

 

.

..

.

 

และระยะทางก็ไม่เคยเพิ่มระยะห่างระหว่างกันด้วย

 

 

 

เอ็นทรี่นี้สนับสนุนการโทรกลับไปหาเพื่อนเก่า

และเขียนจดหมายส่งตามที่อยู่ในหนังสือรุ่น

 

 

 

นังไนล์กำลังโอลด์ สคูล ซิกอยู่ย่ะ!

(ด๋อย...กลับไปอ่านเอ็นทรี่เก่าๆของตัวเองแล้ว รู้สึกอย่างกับดิฉันแก่ลงยังไงไม่รู้ เขียนได้ไม่ดุเด็ดเผ็ดมันเหมือนเมื่อก่อนเลย...นี่สินะ ศัตรูของตัวเองคือตัวเอง) (และศัตรูอีกตัวของนังไนล์คือกระเพาะนังไนล์เอง หิวง๊า (มาหิวอะไรตอนเที่ยงคืนฟระ)) 

 

 

ขำๆระหว่างซ้อมละคร

posted on 11 Nov 2008 00:33 by renile  in Odds-and-Ends

วันนี้ระหว่างที่นังไนล์ทำตัวเป็นคน"กรรม"กราบ"เวทีที่ดีอยู่นั้น

สายตานังไนล์ก็เหลือบไปเห็น ถุงขนมปี๊บถุงหนึ่งวางอยู่...

แต่ว่า...ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นขนมใคร

เราก็เลยนิ่ง (กลัวเมลามีน)

แต่ก็รู้นะ ว่ามีหลากหลายสายตาจับจ้องเจ้าขนมนี่

จนกระทั่ง พี่บูม รุ่นพี่สุดเทพ ของพวกเราทนไม่ไหว

จัดการเปิดบริสุทธิ์ถุงขนม...

มหกรรม"ลงแขก"ก็เริ่มขึ้น...อย่างลับๆ

ที่ว่าอย่างลับๆเพราะครูอุ๋ย (ผู้แสนมูดดี้) ของพวกเราก็นั่งดูการซ้อมอยู่เหมือนกัน

จนกระทั่งจังหวะที่พี่ๆพระเอกนางเอกต้องเข้าฉาก แต่ดันไม่เข้า

เพราะมัวแต่ลงแขกเจ้าถุงขนมนี่กันเพลินไปหน่อย

ครูก็ลุกขึ้นมากำลังจะดูว่าพวกมันทำอะไรกัน(วะ)

พี่นางเอกของเราก็กรี๊ดขึ้นมาว่า "ครูจับได้แล้ว กรี๊ดดดด"

นังไนล์ก็คิดในใจ เอาแล้วไงละน่ะ...

ทุกคนที่เหลือก็พร้อมใจกันโยนหลักฐานทิ้ง ทำตัวไม่รู้ไม่เห็น นิ่งกันหมด

แต่ครูอุ๋ยเธอเด็ดกว่า

เพราะเธอกรี๊ด

แล้วบอกว่า...

 

 

 

"อาหารหมาครู!!!!"

 

 

 

นิ่งกันไปสิบวิ...ก่อนจะ...

"อ๊ากกกกกก"

 

นั่นอาหารหมาเหรอครู!!!

ตอนนี้แหละ นิ่งไม่อยู่แล้วค่ะทุกท่าน แม้แต่ดิฉันที่นั่งอยู่ที่คอมพิวเตอร์ก็กรี๊ดไปด้วย (เพราะจิ๊กกินไปเหมือนกัน)

โชคดี ที่มารู้ทีหลังว่ามันไม่ใช่อาหารสำหรับน้องหมา เพียงแต่ครูตั้งใจจะซื้อไปให้หมาที่บ้านกิน...

แต่ก็เสร็จหมาน่อยน่าฮักที่ห้องซ้อมไปซะก่อน

 

ขอโทษนะจ๊ะน้องหมาน้อย...เหอๆ

 

 

ป.ล. ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากความแตกว่ามันเป็นอาหารหมา ขนมปี๊บครึ่งโลก็หมดภายในครึ่งชั่วโมง...

 

สงสัยจะถูกปาก?

 

 

(นี่ถ้าคนในโปรดักชั่นเข้ามาอ่าน นังไนล์โดนตีหัวตายแน่เล้ย...)

 

เหอๆ

อัพเพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า ถึงนังไนล์มันจะป่วย นังไนล์มันก็ยังมีอารมณ์อยากเขียนอะไรไร้สาระได้!?!

 

(เืพื่ออะไรวะ?)

ตั้งชื่อเอ็นทรี่ประหนึ่งจะทำทฤษฏี

เปล่าหรอก

แค่จะบอกว่า

เมื่อคืนนี้น่ะ...

 

นังไนล์เกือบตายมาแล้วค่ะคุณ...

อยู่ดีๆก็ไม่สบาย หนาวมากกก ห่มผ้าก็ไม่หาย เหมือนมันหนาวจากภายใน แต่แตะของอะไรก็แค่รู้สึกว่าเย็นนิดๆ ทั้งๆที่ตัวร้อนจี๋เลย

แม่ก็เอาผ้าชุบน้ำโปะหัวให้ โอยยย ทรมาณที่สุด เพราะเรารู้สึกหนาวอยู่แล้วยังเอาของเย็นๆมาแปะหัวอีก

ปวดหัวมากๆ เหมือนมีอะไรมาบีบหัวเลย

เป็นแบบนั้นจนหลับไป...

ตื่นขึ้นมาอีกที ร้อนค่ะ...ร้อนมากก ร้อนจนถีบผ้าทิ้ง โซเซไปห้องน้ำ เอาน้ำราดหัวเลย เดินกลับมาตากพัดลม เอาไอ้ผ้าชุบน้ำเมื่อครู่มาแปะหัวอีกที เหงื่อออกทั้งตัว ที่หนาวๆอยู่เมื่อกี้เหมือนฝันไปเลย

เก้าอี้ตรงจุดที่นั่งอยู่ร้อนจี๋เลยค่ะ แต่แตะตัวก็ไม่ร้อนนะ

พอถึงขนาดนี้...รู้เลย ไอ้อาการรับอุณหภูมิผิดเพี้ยนแบบนี้

นังไนล์แพ้ผงชูรสอีกแล้ววววว

ไปกินเข้าตอนไหนฟระ ข้าวก็กินร้านเดิม

ไม่ได้เป็นมาตั้งแต่ม.ห้าแล้ว จำได้ว่าตอนนั้นรู้สึกว่า "ให้มันตายไปเลยเหอะ"

แต่ตอนนี้รู้สึกว่า "อย่าพึ่งตายนะ จะตายไม่ได้นะ... ชั้นยังไม่รวยเลยยย" (ฮา)

ไม่หรอก แค่รู้สึกว่าสภาพแบบนี้เขียนจดหมายลาตายไม่ไหว เพราะฉะนั้นจะตายไม่ได้เด็ดขาด (กร๊าก)

มือถือก็อยู่ชั้นหนึ่ง (สลบอยู่ชั้นสาม) เรื่องที่อยากทำก็ยังไม่ได้ทำ

งานก็ยังไม่ได้แต่ง (เอ๊ะ) อยากเล่นโรงเรียนลูกบาศก์ก็ยังไม่ได้เล่นเลย (ตอนนั้นคิดงี้จริงๆนะ)

นอนคิดไปมา ก็หนาวขึ้นมาอีก

เอาแล้วไง งานเข้าแล้วไง

กลับมาสั่นกึกๆๆๆ

จนหลับไป

แล้วก็ตื่นขึ้นมาร้อน

เดินไปอาบน้ำ เวลาร้อนนี่เหมือนมันจะมีแรงนิดนึง พอจะเดินไหว

แต่รู้สึกเหมือนจะอ้วกนี่สิ ไม่ไหวเลย...

แล้วอยู่ๆก็เริ่มเจ็บหน้าอก เจ็บแปล๊บๆขึ้นมาทีนึง...สองที...สามที...

ม่ายยยย อย่าพึ่งเจ็บตอนนี้ ไอ้ร้อนๆหนาวๆนี่นังไนล์ยังเคยผ่านมาแล้ว

เกิดหัวใจวาย เส้นเลือดในสมองแตก นี่จะผ่านมันไปยังไงละฟระ

โอย.................แป๊บนึงอาการเจ็บหน้าอกก็ผ่านไป

ก็...ปวดหัวเหมือนเดิม ปวดจนต้องเอามือกดหัวไว้ ทรมาณมาก

รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วมาก เท่าไหร่นับไม่ไหว รู้แต่เร็วและแรงงง

หัวสั่นตามจังหวะหัวใจเต้นเลย

โอยยยยย....

นังไนล์มิควรมีลูกใช่ไหมเนี่ย

ถ้าจะมีลูกซักคนให้มันสืบพันธุกรรมพรรค์นี้ไปนี่ ไม่ควรใช่ไหม

(แม่กับป๊าก็เป็นอะไรแบบนี้นะ แต่ไม่หนักขนาดนี้ แค่ชาๆเฉยๆ)

จะให้กินยาแก้แพ้ดิฉันก็กลัวแล้ว

ยาบ้าอะไรวะ กินทีหลับไม่ฟื้นยี่สิบชั่วโมงรวด (คลอเฟนิรามีนครึ่งเม็ด)

กินแต่พาราฯ กินแทนข้าวเย็นเมื่อวาน

วันนี้ตื่นมาค่อยพอเดินได้

ชั่งน้ำหนัก...

ลดไปสองโล

เหอๆ เหมือนที่คิดไว้เลย แต่ไม่ดีใจหรอกนะ...

 

 

ฮัดช่า! (นี่ขนาดไม่ดีใจนะเนี่ย)