มาจัดการ"ชีวิต"กันเถอะ 3 ข้อแรก
posted on 22 Dec 2008 19:30 by renile in Self-improvementขอพักเรื่อง Self-esteem เอาไว้ก่อนนะคะ เพราะเหตุผลทางเทคนิค
(์เอาหนังสือไปยืมต่อแล้วโดนปรับ ต้องยึดไว้ที่ห้องสมุดก่อน) (เทคนิคตรงไหนฟระ?)
แต่ว่านังไนล์ก็ไม่ได้จะโยนเรื่องการปรับปรุงชีวิตเราทิ้งไปซะทีเดียวหรอก
ฮี่ๆ เพราะคนโลภอย่างนังไนล์ไม่กลับมาจากห้องสมุดมือเปล่าร๊อก
ได้หนังสือดีๆกลับมาด้วย
และก็มีอะไรดีๆกลับมาเผื่อแผ่คนอ่านด้วยค่ะ
ถ้าใครอ่านบล็อกนังไนล์มาระยะนึง จะพบว่านังไนล์เนี่ยไร้ระเบียบปากหมางี่เง่าเอาแต่ใจค่อนข้างขวางโลกในระดับนึงเนอะ (รึเปล่าวะ)
แต่ความขวางโลก ความแนว ความเป็นตัวของตัวเองไม่ได้หมายความว่า
ชีวิตส่วนอื่นๆของเราต้องอัปปรีย์ไปด้วย
คนที่แต่งหน้าัจัดๆ หิ้วกระเป๋าแบรนด์เนม ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นผู้หญิงที่สวยแต่โง่
คนที่เถื่อนๆ ห้าวๆ ทำตัวไม่เรียบร้อย ไม่ได้หมายความว่าจะมีใจดีหรือรับผิดชอบตัวเองไม่ได้
เพราะฉะนั้นมาเป็นคนแนวๆแบบมีสติกันเถอะค่ะ
7ข้อ! ไม่เยอะ แต่ก็ไม่น้อย
แต่นังไนล์ขอเขียน3ข้อก่อน เพราะจัดตารางให้ตัวเองเล่นคอมได้อีกแค่สิบห้านาทีต่อจากนี้!
เอาล่ะ...ขอให้คนที่จะอ่านต่อไปนี้
หยิบกระดาษขึ้นมาจด ไม่สิ เอาสมุดจดสิ่งสำคัญขึ้นมาจดเลย ไอ้การอ่านๆแล้วก็อืมๆๆ ดีเนอะๆเนี่ย ไม่เคยช่วยใครได้หรอก (นังไนล์ลองมาแล้ว)
หยิบแล้วนะคะ?
มา!
ข้อแรกกกก - "ตัวเอง" ก็ต้องควบคุมด้วยตัวเองสิยะ
นึกภาพรีโมทคอนโทรลค่ะ จะรีโมทแอร์ วิทยุ ตู้เย็นอะไรก็ได้ อยู่ในมือของเรา รีโมทนี้จะใช้ควบคุม อารมณ์ ความคิด ความรู้สึกของเรา เรียกว่าเหมือนเราเป็นหุ่นยนต์เลยแหละ
แล้วยังจะคิดเอารีโมตไปไว้ในมือคนอื่นไหมล่ะ? ถ้าชีวิตเราทั้งชีวิตผูกติดอยู่กับรีโมทเนี่ย นั่นแหละ ทำไมเราจะต้องปล่อยให้"อะไร"หรือว่า"ใคร"ซักอย่างทำให้ชีวิตเราเน่าไปทั้งวันด้วย? ควบคุมด้วยตัวเองสิ!
ทำไมปล่อยให้ตัวเองอารมณ์เสียไปทั้งวันเพราะแค่เมื่อเช้าหนุ่มที่เราแอบชอบดันมองไม่เห็นเรา(หรือเขาอาจจะจงใจเมินเรา)ตอนเดินสวนกันหน้าห้องน้ำ
จริงอยู่ว่ามันก็แย่ใช่ไหมล่ะ แต่แย่เรื่องเดียวไม่ได้หมายความว่าต้องลากเรื่องอื่นๆลงนรกไปด้วย แค่เขามองไม่เห็นเราไม่ได้หมายความว่าเราจะหงุดหงิดจน-เรียนไม่รู้เรื่อง -พาลไปลงกับเพื่อนคนอื่นๆ หรือว่าทำหน้าบึ้งหน้าบูดจนตีนกาขึ้น พลอยทำให้หนุ่มน่าสนใจคนอื่นไม่กล้าเข้ามาคุยด้วยเลยซะหน่อย!
ต่อไป ข้อสอง! - เริ่มต้นด้วยการมองไปที่เป้าหมาย
ถ้าเราเดินไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดหมาย ก็ไม่รู้ว่าจะไปโผล่ที่ไหนใช่ไหมละ่ แล้วถ้าไอ้เส้นทางนั้นมันคือชีวิตเราทั้งชีวิต ใจคอจะไม่ตั้งเป้าหมายไว้หน่อยเหรอ? ไม่งั้นก็เสียเวลาไปเปล่าๆเลยนะ!
หลงทางยังไม่เป็นไร แต่ถ้าหลงทางของชีวิตละก็...เป็นไรแหงๆ
เกิดมาครั้งเดียวชาติหน้าจะได้เป็นมนุษย์อีกรึเปล่าก็ไม่รู้ (แล้วชาติหน้ามีจริงรึเปล่าก็ไม่รู้) ยังจะ"เล่นๆ"กับมันอีกเหรอ
ข้อนี้ำไม่ได้บอกให้เราลุกขึ้นมาทำตัวจริงจังกับทุกอย่างนะคะ แต่ว่าการตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้มันทำให้เรารู้ว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำค่ะ
จะทำแบบระยะสั้นหรือระยะยาวก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่ามันต้องเป็นสิ่ง"สำคัญ"กับเราจริงๆและก็ต้อง Take it serious ด้วยนะ! (ไม่งั้นจะทำไปหาพระแสงของ้าวอะไรกันละนั่น)
เป้าหมายชีวิตด้านการเรียนของนังไนล์ภายในระยะเวลาจบมหาวิทยาลัย (ไว้เป็นวิทยาทาน ประกอบการตัดสินใจ)
---เกียรตินิยมอันดับ 2
---เรียนรู้งานด้าน Sound engineering
---หาContactเรียนต่อ/ทำงาน
---ทำวิทยานิพนธ์ของตัวเอง
---เป็น Stage manager ที่เก่งจนใครๆยอมรับ
แล้วของคุณละคะ? เป็นยังไง? (เอามาโชว์กันก็ได้ อยากเห็นๆ)
ต่อไป ข้อสาม - ทำสิ่งที่"ต้องทำ"ก่อน
สิ่งที่เราต้องทำบนโลกใบนี้มีอยู่สี่อย่าง
- สำคัญและต้องทำทันที เช่น จะสอบมันพรุ่งนี้อยู่แล้วยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย, รายงานส่งวันนี้,ไฟไหม้!!!
- สำคัญแต่ไม่ต้องทำทันทีก็็ได้ เช่น รายงานที่จะต้องส่งอาทิตย์หน้า การพักผ่อน การออกกำลังกาย
- ไม่สำคัญแต่ต้องทำทันที เช่น อีเมลล์ที่ตึ่งตึงตึ๊งเข้ามาระหว่างเล่นเน็ต ปัญหาเล็กๆน้อยๆของชาวบ้านเขา
- ไม่สำคัญและไม่ต้องทำทันที เช่น ดูทีวี โทรหาเพื่อนขำๆ เล่นเน็ตมาราธอน (เอ๊ะ ดิฉันไม่ได้ด่าใครนะ)
ไอ้สิ่งสำคัญต้องทำทันทีเนี่ย ในหลายๆครั้งมันดูเหมือนเกิดขึ้นกะทันหัน แต่รู้ไหมว่าส่วนใหญ่เราทำตัวเองทั้งนั้น เพราะเรามัวแต่ผัดวันประกันพรุ่งไง (คำนี้เขียนแบบนี้นะ ราชบัณฑิตบอกมา) พอถึงเดธไลน์เข้ามา มันถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ดูดพลังงานและสร้างความเครียดให้อย่างสูง - ทางแก้ต้องทำยังไง? ก็รีบๆจัดการมันก่อนที่จะถึงเดธไลน์ไง ฟังดูง่ายเนอะ แต่ลองทำจริงๆล่ะยากสาหัสเลย ทางที่ดีก็คือเวลาเราเขียนเดธไลน์ของอะไรลงไปในสมุดSchedule เขียนวันเวลาที่"ต้องทำมัน" ที่ทำให้เราทำงานชิ้นนั้นได้สบายๆโดยไม่เครียดมากเข้าไปด้วย (แต่เรื่องไฟไหม้...ก็ช่างมันไปเถอะค่ะ)
สิ่งสำคัญแต่ไม่ต้องทำทันที เช่นอะไรบ้าง? ก็อย่างออกกำลังกายไงคะ ไม่ออกวันนี้เราก็ยังไม่ตาย แต่ว่ามันสำคัญไหม แน่ล่ะ แต่ว่าถ้าเราผัดวันไปเรื่อยๆมันก็จะเป็นเรื่องขึ้นมา (เช่น ท้องแตกเพราะตอนยังไม่ท้องไม่ยอมทาโลชั่นให้ผิวดีๆไว้ พอท้องแล้วจะอาบน้ำแร่แช่น้ำนม มันก็แตกอยู่ดีแหละ) นี่แหละ คือสิ่งที่เราควรจัดสรรเวลาให้มากที่่สุด เพราะมันจะนำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น~
สิ่งไม่สำคัญแต่ต้องทำทันที เพราะมันโผล่มาทันทีเราเลยคิดว่ามันสำคัญใช่ไหมล่ะ แต่จริงๆแล้วเรื่องอะไรหลายๆเรื่องถ้าเราคิดดีๆ แม่ง ไร้สาระชิปเป้งเลยและการที่เราทำตัวเป็น Mr. Yes เนี่ย ทำให้เราต้องเสียเวลาไปกับการทำอะไรเพื่อไม่ทำให้คนอื่นผิดหวัง เอ้า แล้วสุดท้ายผิดหวังในตัวเองไหม? เสียเวลาทำธีสิสไปนั่งอ่านเมลล์ "เคยเห็นแมลงสาบออกจากไข่ไหม" ให้ตัวเองอ้วกแตกอ้วกแตนเนี่ย!!!
สิ่งไม่สำคัญและไม่ต้องทำทันที เนี่ยแหละค่ะ สาเหตุสำคัญทีทำให้วันๆเราไม่ค่อยเหลือเวลาไว้ทำอะไรอย่างอื่น (และก็จะตามมาด้วยคำบ่นว่า "อยากได้เวลามากกว่านี้ งานเยอะ ไม่มีเวลาทำเลยยยย") บางทีการ"พักผ่อน"อาจจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่พักมากเกินไปเนี่ย มันเสียเวลาค่ะ!!! ใครนั่งเล่นเน็ตมาเกินสามชั่วโมงแล้ว ไปหาอะไรอย่างอื่นทำซะ!!! เก็บห้องรึยัง ซักผ้ารึยัง การบ้านเสร็จหมดแล้วรึยัง มาทำอะไรอยู่เนี่ย!!!
ฮิ้ว...หมดไปสามข้อ แต่ว่านังไนล์ยังเหลือเวลาอีกห้าที (แม่เจ้า พึ่งรู้ว่าตัวเองพิมพ์เร็วมากกก)
ขอเสนอทิบเล็กๆสำหรับเหล่า Mr Yes, Miss Yes หรือ Mrs Yes ทั้งหลายหน่อยนะคะ ไอ้การทำให้คนอื่นผิดหวังมันก็ส่วนหนึ่ง แต่เราก็ต้องเรียนรู้ว่าบางครั้งเราก็ต้องดูแลตัวเอง เราก็มีชีิวิตของตัวเอง มีรีโมทคอนโทรลชีวิตของเราอยู่ในมือเรา!
รู้จักปฏิเสธพร้อมรอยยิ้มซะบ้าง ถามตัวเองว่าเราทำอะไรมากไปรึเปล่า เลิกสิ่งที่ไม่สำคัญและไร้สาระในชีวิตไปซะบ้าถ้ามันทำให้เราเหนื่อยเกินไปหรือว่าทำให้อย่างอื่นเสียไปหมด
รู้ไหมว่าการไม่ยอมปฏิเสธเนี่ยทำให้เราลดการนับถือตัวเองลงไปเยอะเลย เข้าโหมด Self-esteem นิดๆ นังไนล์เคยเป็นแบบนั้นค่ะ และก็ไม่ชอบบบบ เลยด้วยวิธีการแก้ง่ายๆ 3 ข้อ
1. เลิกฟังคนที่บอกว่าเราต้องเป็นแบบนั้น ต้องเป็นแบบนี้ ไอ้พวก"ไม่สมกับเป็นเธอเลย" นั่นน่ะ ช่างหัวมันค่ะ ฉันเป็นฉันแบบนี้ ใครจะว่าอะไรเราได้ล่ะ? ภูมิใจในตัวเองหน่อย
2. อย่าใส่หน้ากาก โกรธคือโกรธ แสดงความโกรธออกมา แต่อย่ายิ้ม! เวลาเราโกรธแล้วยิ้มเนี่ยทำให้คนดูรู้สึกว่าเราไม่จริงใจค่ะ
3. ตั้งสติอยู่กับปัจจุบัน อะไรที่ผ่านไปแล้วคือผ่านเลยไป อดีตคืออดีต ถ้าเรามัวแต่มาคิดถึงมัน มันก็จะกลายเป็นปัจจุบันที่กำลังจะทำร้ายอนาคตของเรา
ฮู่ว หมดเวลาพอดี เอาล่ะ ขอให้คนที่เข้ามาอ่าน(และอดทนอ่านถึงตรงนี้) เอาสิ่งเหล่านี้ไปคิดๆดูและทำๆดูกันบ้างนะคะ
โชคดีกับการปรับปรุงชีวิตตัวเองค่ะ! แล้วเจอกันใหม่กับอีกสี่ข้อ~
จะลองเอาไปทำดูนะงิ
ขอบคุณก่ะ สู้ตาย โฮก>[]</Yo-shi
#1 By Lufiax北見先生 on 2008-12-28 01:34