บันทึก-ประสาทแตก

posted on 20 Jan 2008 00:36 by renile  in My-Contribution

เอ็นทรี่นี้เป็นเรื่องของนังไนล์เองเกี่ยวกับละครเรื่องนี้ ไม่ใช่พรีวิว รีวิวหรือฟอเวิร์ดวิวละครทั้งสิ้น  กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน ถ้ามีสปอยล์ก็ขอบอกเลยว่า ไม่ ได้ ตั้ง ใจ

เข้าใจกติกานะ งั้นมาเริ่มกันเลย 

ช่วงนี้ไปทำงานละครเวทีของคณะมาค่ะ

เป็นอะไรที่แบบว่าพึ่งเคยทำครั้งแรกเลย ละครจริงๆจังๆแบบนี้ (ถ้าไม่รวมพวกสมัยม.ต้นม.ปลายอ่ะนะ) ตอนสัต(ว์)บุรุษสุดขอบโลกเราเป็นแค่ฝ่ายหางบ(ซึ่งหาไม่ได้ซักแดง) กับเดินตั๋ว เรื่องนี้นังไนล์ได้เป็น Stage Crew ด้วย กรี๊ดดด อัพระดับมากมาย (นั่นๆ เช็คข้อมูลใหญ่เลยสิ อิสเตจครูว์คนไหนเทอมที่แล้วทำอำนวยการ)

(stage crew - crew of workers who move scenery or handle properties in a theatrical production)

ประมาณว่าจากเด็กเดินตั๋วก็กลายเป็นเด็กยกของ(ในละคร)นั่นแหละ เหอๆ

แต่ได้มาทำงานนี้นังไนล์ดีใจแล้วก็ภูมิใจมากๆเลยนะ เพราะละครมันก็เหมือนเครื่องจักร ต่อให้เป็นน็อตตัวเล็กๆอย่างเด็กยกพร๊อพที่เหมือนจะไม่สำคัญ มันก็เป็นตัวที่ทำให้เครื่องจักรเดินต่อไปได้ใช่ไหมล่ะ (ปลอบใจตัวเอง เหอๆ)

ถือว่าเป็นการเรียนรู้ที่ดีมากด้วย แอบลักจำวิธีเล่นฉากบู๊มาหลายฉากเหมือนกัน ฮ่ะๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เอาล่ะ...เล่าเรื่องแบบเป็นทางการมามากพอละ

 

 

ต่อไปก็....

 

 

  

 

 

กรี๊ดดดด ทำงานนี้แล้วเหมือนกลับไปทำงานกรรมการนักเรียน โดดเรียนทำงาน กลับบ้านดึกเวอร์ อย่างงี้สิชีวิตชั้น ไอ้สาวน้อยเนิร์ดๆเลิกเรียนกลับบ้านที่ทำมาตลอดเทอมเนี่ย ไม่ใช่นังไนล์เล้ย

เรียนเสร็จไปโรงละคร ทำงานๆ ซ้อมๆ กลับบ้านสี่ทุ่ม ห้าทุ่ม เที่ยงคืน 

ถึงจะพึ่งทำแบบนี้มาได้อาทิตย์เดียว แต่ก็"ติด"ซะแล้ว

มันมีเรื่องขำๆฮาๆมาเป็นสีสันในชีวิตเยอะมาก 

อย่างแค่เดินทางไปโรงละครนี่ก็ขำแล้ว

โรงละครคราวนี้อยู่ที่หอศิลป์ตาดูซึ่งสามารถนั่งรถไฟใต้ดินไปโผล่ศูนย์วัฒนธรรมไทยแล้วนั่งมอไซด์หรือแท็กซี่ต่อไปได้

แต่เวลาจะเรียกรถเนี่ยสิ

"พี่คะ ไปโชว์รูมบีเอ็มข้าง peep in"

คือจะไปโชว์รูมบีเอ็มก็ไม่แปลกหรอก เพราะหอศิลป์อยู่ที่ชั้นเจ็ดของโชว์รูมบีเอ็ม แต่อิปี๊บอินเนี่ยสิ

มันคือชื่อโรงแรมม่านรูดค่ะ

กร๊าก นึกภาพสาวๆสี่ห้าคนเรียกแท็กซี่ไปแถวๆม่านรูดสิ (ป๊านังไนล์ทำหน้า...เหอะ...ไปหนึ่งทีแล้วบอกว่าห้ามไปที่โรงละครคนเดียวนะ)

อิโรงแรมนี่ก็เด่นเหลือเกิน ห่างจากโชว์รูมไปนิดเดียว ป้ายอย่างเวอร์ เวลานั่งรถผ่านก็จะรู้สึกว่า เออ วันไหนกลับบ้านดึกจะค้างมันที่นี่ล่ะวะ

ก็อยากลองนะ เป็นประสบการณ์ตื่นเต้ว นังไนล์จะเข้าม่านรูดเป็นครั้งแรกในชีวิต (ฮา)

 

เรื่องต่อมา กลับบ้านดึกเวอร์

คือทำงานละครมันก็กลับบ้านดึก เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วแหละ แต่ว่ามันจะมีอยู่วันนึงที่เป็นการซ้อมคิวต่อคิว อันไหนพลาดก็จะเริ่มใหม่เลย

วันนั้นเป็นวันที่พี่ๆโจษจันกันอยู่แล้วว่าเป็นวันที่ดึกที่สุดของการทำงาน 

แล้วนังไนล์ก็ได้ประจักษ์...

ในฉากที่ดิฉันต้องทำงานเลื่อนและยันพร๊อพ (อยากสปอยล์ตัวเองกดหนึ่งส่งมาที่... เอ๊ย กดคอนโทรล เอ)  ฉากห้า อิตู้ผีสิงระเบิดเคมีจู่โจมนั่นแหละ คิดว่าตู้มันมีรีโมตเคลื่อนเองได้เหรอะ (เชื่อไหมว่ามีคนคิดแบบนั้นจริงๆ) (แต่ก็มีบางส่วนที่คิดว่าพี่น้ำมนต์ที่โดนขังอยู่ในตู้เป็นคนเลื่อนตู้) (ถ้าทำได้ก็เทพเวอร์แล้ว ตู้ล็อคเกอร์นะว้อย ไม่ใช่รถเข็นห้าง พี่แกโดนขังตู้กลาง จะหมุนตู้โดยไม่ทับคนดูได้เหรอ) ก็แอบน้อยใจเนอะ เราพยายามซ้อม แต่คนดูคิดว่าเป็นรีโมต (กรี๊ด พิโรธ)แล้วเวลาพี่คนอื่นที่เล่นเป็นทหารแกกระทืบตู้แต่ละที ถ้าไม่มีคนดันอยู่ก็คงหงายแล้วล่ะค่ะคุณ แหม ...

คือเป็นอะไรที่ปิดทองหลังพระที่สุดค่ะคุณ หน้าก็ไม่ได้โชว์ ยากก็ยาก แถมยังซ้อมเหนื่อยสุดด้วยเหอะ  คนอื่นๆก็เป็นกำลังใจให้ (คำที่เกลียดเวลาคนอื่นทำให้เพราะเป็นกำลังใจ=มีแต่กำลังใจ ไม่มีการช่วยเหลือ แต่นังไนล์ชอบทำให้คนอื่นเหมือนกันแฮะ เอิ๊กๆ) แต่คือมันก็เป็นหน้าที่เรานั่นแหละเนอะ

ใช้เวลาหนึ่งวันเต็มในการหัดเลื่อนพร๊อบอันนั้น 

และแล้ว...ในวันที่ซ้อมดึก คิวทูคิว วันอังคาร...ที่...วันรุ่งขึ้นจะมีสอบการแปลตอนเก้าโมง

ฉากนี้...ซ้อมไม่ต่ำกว่าชั่วโมงค่ะ 

เลื่อนมันอยู่นั่นแหละ ซ้อมไม่ต่ำกว่าสิบรอบจริงๆ 

ตอนแรกเราก็ยิ้มนะ

ไปๆมาๆ เออ ถ้าดิฉันยังยิ้ม ดิฉันก็บ้าแล้วเหอะ ไม่ใช่นางงาม จะได้เข็นของแล้วยิ้มไปด้วยได้

พอโว้ย โหมดน้องผู้ร่าเริงหายไป เหนื่อย ง่วง  

แล้วก็ชักเครียดๆแล้ว แม่งจะทำไงวะ ป๊าต้องกระทืบแหงๆ

ระหว่างที่ดันพร๊อพให้พี่เขากระทืบกันไป ก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา 

"เฮ้ย แก ฉันไปนอนบ้านแกได้เปล่าว่ะ"

เป็นการขอนอนบ้านเพื่อน(ที่ยืนดันพร็อพอยู่ด้วยกัน) ดื้อๆเลยค่ะท่าน

เพื่อนนังไนล์ก็ทำหน้า...เอ่อ...เดี๋ยวโทรถามที่บ้านนะว่ามีที่ไหม(ประมาณว่าขอมันจบฉากนี้ก่อนละกัน)

นังไนล์ควักมือถือตัวเองออกจากช่องที่กางเกงเร็วไว (เรื่องชุดเดี๋ยวจะมีเม้าท์ต่อ) 

จงโทรไปนะบัดนาว (ตอนนั้นตีหนึ่งแล้ว รถไฟใต้ดินหมดไปแล้ว)  จะได้บอกที่บ้านด้วยว่าไม่ต้องรอ

เพื่อนนังไนล์ก็อึ้งความด้านของนังไนล์ไปครู่นึงแล้วก็กดโทร 

พอจัดการเรียบร้อยนังไนล์ก็โทรเข้าบ้าน

...

....

..

เงียบค่ะ

กรี๊ดดด เขาหลับกันหมดทั้งบ้านแล้ววว แล้วดิฉันจะทำไงดีวะ

ก็โทรแล้วโทรเล่า จนสุดท้ายน้องสาวที่นั่งเล่นคอมอยู่วิ่งมารับโทรศัพท์ (มันขี้เกียจรับตั้งแต่แรก เลยปล่อยไป)

" ฮัลโหล พิซซ่าเหรอ "

" อือ "

" ป๊ากะแม่อ่ะ? "

" หลับแล้ว "

" เออ...งั้นแกทำใจดีๆ เลือกคนไหนก็ได้ ปลุกขึ้นมาบอกว่าวันนี้พี่ไปค้างบ้านเพื่อนนะ " 

แล้วก็ตัดสายมัดมือชกมันไปเลย  นังไนล์ก็ไม่รู้หรอกว่ามันเลือกปลุกใคร เพราะหลังจากนั้นก็ซ้อมต่อและก็ไปนอนบ้านเพื่อน

เข้าไปก็อึ้งนิดๆ เพื่อนชั้นมันเป็นคริสท์นี่หว่า...

กระจกสีรูปพระแม่มารี รูปปั้นพระแม่มารีกับจีซัส ไครสท์ขนาดใหญ่ข้างโต๊ะกินข้าว 

ตอนสวดมนต์ก่อนนอนยังรู้สึกเลยว่า นี่เป็นการสวดมนต์(พุทธ) ครั้งแรกในบ้านหลังนี้เปล่าวะ

ตอนเช้า เพื่อนนังไนล์ก็ลุกขึ้นมากรี๊ดว่า

"เจ็ดโมงครึ่งแล้วแก สอบแปดโมง"

 กรี๊ดดดด ประสาทแตกกันเลยทีเดียว

นังไนล์วิ่งไปตะกุยเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า (ชุดเดิมกับเมื่อวานนั่นแหละ) สองสาววิ่งบ้ากันไปครู่หนึ่ง

"...แก...มันสอบเก้าโมงไม่ใช่เหรอวะ"

นังไนล์พูดแล้วก็กระโดดใส่เตียง แง่ง

สรุปคือวันนั้น นอนตีสองตื่นเจ็ดครึ่ง ไปสอบด้วยอารมณ์เบลอๆ แต่ก็ยังพอไหว(มั้ง)

ไว้ดูคะแนนก็รู้กัน...

 

เรื่องต่อมา ชุดอย่างเริ่ด

ชุดของเหล่าเสตจครูว์ทั้งหลายเป็นชุดช่างสีขาวค่ะ ตอนแรกเรียกชุดหมี ก็มีคนเข้าใจว่าแต่งตัวเป็นหมีขาว...เออ...พวกแกคิดกันได้

ชุดแต่งออกมาแล้วดูเท่ๆดีค่ะ แถมคาแร็คเตอร์พวกเราก็ต้องเป็นแบบโปรๆ เก๋าๆ (ศัพท์ครูหนิง) เก่งๆ อยู่แล้ว

แต่ที่ถูกใจสุดๆก็คือ

ไอ้ชุดนี้กระเป๋ามันเยอะดีค่ะ

นังไนล์ยัดสารพัดอุปกรณ์ค่าเวลาลงไปได้อื้อเลย

เอ็มพีสามเอย ดีเอสเอย (เอาไปด้วยทุกวัน) ยาหยอดตาเอย บางวันมีออพชั่นเสริม เอาสายชาร์ตดีเอสยัดลงไปด้วย

เคยเดินออกไปตรงเวทีทั้งๆที่มีของพวกนี้เต็มกระเป๋าเลยด้วยซ้ำ

(ถ้าครูหนิงหรือครูคนไหนแวะเข้ามาอ่านเจอ หนูจะบอกว่า หนูเคยแค่ครั้งสองครั้งแหละค่ะ ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้วน๊า)

ที่ฮาคือ เสตจอย่างพวกเราใส่ไอ้ชุดหมีตัวละสามร้อยกว่าบาท แต่แอคเตอร์(นักแสดง)ใส่แต่บ๊อกเซอร์ตัวละห้าเก้าเอง

(เขาเลยใช้งานมึงคุ้มเลยไงล่ะ วันนั้นได้ปีนบันไดต่อสายลำโพงจนไฟดูดเลยนิ)

แต่ตอนนี้ชุดก็เริ่มดำแล้วอ่ะ...ฮือ...

เอาเถอะ ดำๆหน่อยจะได้ดูเก๋าๆเนอะ

 

เรื่องรองสุดท้ายของวันนี้ กระดาษตก...(สปอยล์)

กร๊าก เล่าถึงตรงนี้คนที่อยู่ในเหตุการณ์จะรู้ทันทีว่านังไนล์เป็นใคร! 

สปอยล์: 

นังชุดขาวที่เสร่อไม่กดล็อกล้อโต๊ะอยู่คนเดียวตอนฉากสามนั่นเอง

เพราะอะไรน่ะเหรอ?

เพราะว่า นังไนล์จะเป็นคนเก็บกระดาษที่มันหล่นจากการคุ้ยกันของหญิงสองสามสี่ (เรื่องนี้อนาถมาก ตัวละครไม่มีชื่อเลยแม้แต่ตัวเดียว)ถ้าต้องถอดล้ออีกก็นานเกินแล้ว แถมไม่มีใครนั่งด้วย (หญิงห้าเจ้าของโต๊ะก็กลายเป็นน้องแขวนต่องแต่งให้ฉายไฟซะแล้วด้วย) เรื่องกระดาษเนี่ย ปกตินังไนล์จะแอบเตรียมกระดาษให้แฟ้มที่เขาจะดึงๆกันมีกระดาษแค่ราวๆห้าหกแผ่น เวลาเก็บจะได้ไม่ลำบากมาก

แต่วันนี้! วันเสาร์รอบเย็น พอม่านเปิดนังไนล์เดินออกไปปุ๊บ

แง๊ ไหนว่าจะรื้อแค่แฟ้มเดียวไงวะ

ภาพที่กระจายอยู่คือแฟ้มสองแฟ้ม กับกระดาษเต็มพื้น!

หมดภาพโปรเลยค่ะ นั่งแล้วกวาดโกย พอคนดูเห็นแบบนั้นเลยช่วยโกยให้ด้วย

ขอบคุณนะคะ แต่ตอนนั้นพูดขอบคุณไม่ได้จริงๆ

แถมตอนเดินกลับยังมีแอบปลิวหล่นบนเวทีอีกต่างหาก อ๊าก งานนี้แทบกรี๊ดค่ะ 

แต่มันก็ผ่านไปได้ด้วยดี

คอยดูเถอะ งานนี้ดิฉันจะจำกัดกระดาษในทุกแฟ้มเลย ไม่เอาแล้ว เกือบเข็นโต๊ะกลับไม่ทัน (เกือบจะชนกับม้านั่งแล้วเหอะ)

 

เรื่องสุดท้ายของวันนี้ จริงๆไม่เกี่ยวกับละครแล้วแหละ แต่แอบอัดอั้นตันใจ

ทำไมครูหนิงไม่ให้หนูเล่นไพ่อ๊าาา (รู้กันเลยทีเดียวว่าหนูเป็นใคร)

ประมาณว่าในฉากจะมีไพ่ปรากฏอยู่ เสร็จแล้วหลังจากนั้นไอ้ไพ่สำรับนั้นก็จะไปสถิตในห้องนักแสดง

ตั้งวงค่ะ

แล้วพอดีระหว่างที่เข้าไปจิ๊กถุงเฮนน่า(สารเคมีที่ใช้ทำบอดี้เพ้นท์)มาเขียนลายบนแขนเล่น ก็เห็นพี่ๆแอคเตอร์เขากำลังเล่นรัมมี่กันเลย

โฮกกก เกมโปรดนังไนล์ค่ะ แต่ไม่ค่อยได้เล่น เพราะหาคนเล่นเป็นยาก (หมายถึงพวกเพื่อนๆ สาวน้อยๆของนังไนล์อ่ะนะ)

เลยเข้าไปส่งรังสีอยากเล่นด้วยจนได้เล่น (เย้)

เกมผ่านไปอย่างสนุกสนาน (ก็แกชนะนิ แกเลยสนุกอ่ะ) หลังจากนั้นก็จะหาเวลาระหว่างฉากสามที่นานโคตรๆพยายามแวะออกมาเล่น

จนกระทั่ง...

ครูหนิงเปิดประตูเข้ามาขณะกำลังเล่นกับพี่ฮ่องเต้พอดี 

ประกาศิต เปรี้ยง!

อดเล่นเลย T^T

เสียใจอ๊า อุตส่าห์เจอคนเล่นด้วยได้

(รู้สึกไหมว่านังไนล์เป็นเด็กที่ไม่ได้เรื่องมากมาย ติดการ์ตูน ติด(เขียน)นิยาย ติดเกม แถมยังติดไพ่อีกต่างหาก แกเข้าอักษรมาได้ไงวะ)

แต่ก็เล่นกันเป็นเกมสนุกๆนะ...ไม่ได้พนันอะไรด้วย...

ฮือ เสียใจ อุตส่าห์ว่าจะสอนพี่ๆเขาเล่นไพ่เรียงเจ็ดซะหน่อย (วิธีเล่นไพ่ในเรื่องนานะ) พึ่งรู้วิธีเล่นแล้วก็คิดว่ามันสนุกดีด้วย

หลังจากนั้นเลยได้แต่เป็นคนดู (แต่พี่น้ำมนต์เรียกจอมบงการที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง)  (ไม่เกี่ยวเหอะ นั่งดูเฉยๆ พี่น้ำมนต์นั่นแหละถ่ายคลิปแบล็คเมล์) 

 

ยังคงเสียใจอยู่...ฮือ...

แต่คนอื่นๆพูดแตกต่างกันนะ บางคนก็บอกว่า "ครูไม่ให้เล่น ก็อย่าเล่นสิ" บางคนก็ว่า "มันก็ไม่ควรเล่นอยู่แล้ว" แล้วก็ยังมี "ไว้แอบเล่นเอาละกัน"

...ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดีว่าทำไมไม่ให้เล่นแฮะ...

เสียใจนะเนี่ย

แอบงอนพี่บูม (สเตจ เมเนเจอร์) "ให้ไปพักสิบห้านาทีครับ แต่ห้ามเล่นไพ่!"

...

ไพ่มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ?

 

ขอแถมท้ายอีกเรื่อง

ทำงานนี้ดิฉันได้เจ็บตัวไปหลายละ เข่าช้ำ (ยันตู้) เท้าโดนประตูหนีบ (ประตูเครื่องบินฉากสุดท้าย) คิ้วบวม (ตู้กระแทก) ทั้งหมดเพราะคิวเบื้องหลังทั้งนั้น ไม่ได้ออกเลย

แต่ก็เป็นอารมณ์บาดแผลเกียรติยศละวะ  

ฮึ่ย หมดล่ะค่ะ

ไปนอนละ พรุ่งนี้ต้องตื่นมาดูหน้ากากแก้วก่อนไปโรงละครให้ได้เลย ฮึ่ย! (บ้าจริงๆเด็กคนนี้)

edit @ 21 Jan 2008 15:32:24 by ReNile

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ดูท่าแกจะว่างว๊างว่าง
วันหลังมาสอนการแปลมั่งเรียนปีหน้า
อ้อใช่
www.cututors.com ไปสมัครซะ
เครมั้ย
หาตังใช้
แล้วก็เรื่องละคร
แหม เป็นBackstageมากี่งานแล้ว!?
พวกคุณชุดหมีนั่นน่ะ
ได้ข่าวว่าหลาย
กูก็เป็นแต่Sound En* ไม่ก็Light En*
หรือที่บ้านๆเค้าเรียกกัน เด็กคุมเสียง เด็กคุมไฟ และเด็กคุมกล้อง
มีอยู่แค่นั้นเถอะ
เหอะๆ ตายไป
ไว้วันหลังแว้ปไปที่บ้านพร้อมDS
FF3/FF4/โอเอ็นดัง มาสู้กัน 55555+

#1 By Xielz de Heart on 2008-01-20 07:54

แสดงว่าหนูเป็นหนึ่งในชาวชุดหมีขาว ปะปนอยู่กับเพื่อนเอกละครปี 2 สินะ (ฮา)
อยากไปดูประสาทแตกอีกรอบอะ รู้สึกจับอะไรไม่ค่อยได้เลย

ออ ลืมแนะนำตัว พี่ชื่อขวัญ เอกไทย ปี 2 ค่ะ
(ที่หนูไปเมนต์ให้พี่ที่พี่บ่นเรื่องอักษรไม่มีงานทำอะจะ)

#2 By Kwanrapee_The_Artist on 2008-01-25 09:43

ยาวเหยียดอ่านตาแฉะเลย 555 แจ่ก็อ่านจนจบนะ
สนุกดีอยากไปดูจังเลยแหะละครเรื่องนี้
เสียดายชมัดที่ไม่ได้อยู่กรุงเทพ
น่าสนุกดีอะ อยากทำอะไรแบบนั้นมั่งจังน๊า
เป็นเบ๊ก็เอา555น่าสนุกดี เอิ๊กๆ
สอนเค้าแปลม่างงงง>_<

#3 By LufiaxYondaime on 2008-01-31 13:36