เอ็นทรี่นี้เป็นคำสั่งสอนของป่าป๊านังไนล์ค่ะ บอกไว้ตั้งแต่วันสองวันก่อนแล้ว แต่พึ่งมีโอกาสได้เอามาลง

ประมาณว่ามันโดนใจดี เลยอยากเผื่่อแผ่

เรื่องมีอยู่ว่า...ช่วงนี้ไทเฮากับน้องสาวของนังไนล์ไปเที่ยวดอยกัน ทิ้งนังไนล์กับป่าป๊าเฝ้าร้านกันสองคนเป็นเวลาห้าวันเต็มๆ ช่วงนี้เราเลยได้คุยกันตามประสาคุณพ่อวัยดึกกับลูกสาวทีนเอจ (ขอใช้คำนี้หน่อยเหอะ ปีนี้จะเป็น ทีน ปีสุดท้ายแล้ว)

นังไนล์ก็เล่าเรื่องเพื่อนที่(เห็นบอกว่า)จะซิ่วให้ป๊าฟัง ป๊าก็ค่อนข้างงงๆ อารมณ์ไม่เข้าใจความคิดเด็กสมัยนี้ ว่าทำไมยอมเสียเวลาไปหนึ่งปีเต็มๆ

นังไนล์ก็เล่าว่าเพื่อนๆหลายคนตอนที่แอดมิชชั่นเข้ามาเนี่ย เข้ามาแบบไม่ค่อยรู้อะไรหรอก บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะเข้ามาเรียนอะไร (และในปัจจุบันนี้ ก็ยังมีคนไม่รู้ว่าตัวเองจะเอกอะไรอยู่ด้วย!)

พอเข้ามาแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่...ก็เลยซิ่ว ยอมเสียเวลา เพื่อไปเรียนสิ่งที่ตัวเองคิดว่าใช่

ป๊าส่ายหน้าแล้วก็บอกว่า ทำไมถึงให้ความสำคัญกับการเรียนซะขนาดนั้น?

โฮกกกก ป๊าดิฉัน! ทั้งประเทศไทยจะหาแบบนี้ได้ไหมวะเนี่ย???

ท่าทางป๊าจะเดาความคิดนังไนล์ออกเลยชิงเล่าเรื่องต่อทันใด (พร้อมกับชิงเต้าหู้ไข่ในแกงจืดไปด้วย)

...รู้ไหม มีช่างถ่ายรูปคนนึงจบเทคนิคการถ่ายภาพจากวิทยาลัยเล็กๆ ต่อปริญญาด้านการถ่ายภาพที่มหาวิทยาลัย...(ป๊าบอกชื่อ แต่เป็นมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดที่เราไม่รู้จัก) แล้วก็ออกมาทำงาน

ดูประวัติการศึกษาแล้ว...ไม่มีอะไรดีเด่นเลย

แต่งานที่เขาทำนะ มีทั้งถ่ายรูปงานแต่งงานภารดร งานหมั้นของทาทา แค่ปีนี้ปีเดียวถ่ายรูปคู่แต่งงานสองร้อยกว่าคู่แล้ว (หารสิบสอง....ก็ตกเดือนละเกือบยี่สิบคู่!)

ดูประวัติการทำงานซิ...น่าทึ่งไหม?

จากคนที่ประวัติการศึกษาไม่ได้โดดเด่น กลับทำงานได้สุดยอดขนาดนี้

พวกหนูที่เรียนๆไป ทำอะไรไปทุกอย่างน่ะ สุดท้ายอย่าลืมว่าเป้าหมายของเราคือการทำงาน

เพราะที่ร้านมีทั้งรับอัดรูปและรับถ่ายเอกสาร ป๊าเลยรู้

วันที่เราเป็นเทวดา แล้ววันต่อมากลายเป็นยาจก

หนูรู้ไหมว่าวันอะไร?

วันที่เรารับปริญญาไง ดีใจกันเหลือเกิน ถ่ายรูปกันร้อยสองร้อยใบ

แล้ววันต่อมาก็เอาเอกสารประวัติมาถ่าย...หาที่สมัครงาน

ถ่ายทีละสิบใบๆ เดือนแรกสิบใบ เดือนต่อมาสิบใบ

เดี๋ยวนี้เด็กคนนั้นเขาเลิกถ่ายเอกสารสมัครงานแล้ว....

...เพราะเขาทำงานกิจการของบ้านตัวเอง

เส้นระหว่าง บัณฑิตจบใหม่ กับ คนตกงาน ไม่ได้หนาอย่างที่เราคิด

แล้วป๊าก็บอกว่า เรื่องเรียนน่ะนะ ป๊าอยากให้รีบเรียนให้จบเร็วๆและหางานหาประสบการณ์ทำมากกว่า ไม่ต้องให้ความสำคัญกับการเรียนอะไรมากมายขนาดนั้นก็ได้

 

เพราะเป้าหมายหลักของเราคือการทำงาน การเรียนเป็นแค่การเปิดช่องทางให้เราเท่านั้น

ถ้าช่องทางของเราใหญ่ แต่เราตายอยู่กลางทาง...มันก็ไม่มีความหมาย...

ป๊าจบเรื่องที่พูด แล้วก็หันไปบอกพี่เจ้าของร้านอาหารเช็คบิล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทิ้งนังไนล์ไว้กับความรู้สึกที่ว่า

ป๊าเป็นป๊าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก*

 

 

 

 

* ป๊าของนังไนล์เป็นอาเจ็กที่สามารถไว้หนวดและใส่แว่นได้โดยยังดูเท่ห์อยู่ และเป็นป๊าที่นังไนล์สามารถบอกได้อย่างภาคภูมิใจว่า ป๊าเรียนปริญญาไม่จบ (เรียนหมอแล้วก็โดนไทร์) เท่ากับวุฒิการศึกษาอยู่แค่ม.ปลายเท่านั้น แต่ป๊ามีร้านถ่ายรูปเป็นของตัวเอง ป๊าเคยเป็นนักดนตรี (รูปสมัยหนุ่มนี่สุดยอดมากๆ...ลูกๆจำไม่ได้เลย) เสียงเพราะจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นป๊าของเด็กผู้หญิงเสียงโคม่าสองคน ป๊าเคยกินเหล้าและสูบบุหรี่อย่างหนักสมัยเจอกับไทเฮาใหม่ๆ แต่เลิกแบบหักดิบทันทีที่เป็นแฟนกับไทเฮา

ปัจจุบัน...ป๊านั่งฟังเพลงแจ๊สพร้อมกับกำลังอ่านหนังสือของฝ่ายสาราณียกรคณะอักษรศาสตร์อยู่ พร้อมกับบ่นว่า "ทำไมเรื่องที่หนูเขียนมันเครียดจัง"

กร๊าก... จริงๆมีนิทานเรื่องนึงอยากจะเอามาเล่า แต่ไว้ก่อนแล้วกัน

ใครอ่านแล้วกรุณาติดตามตอนต่อไปด้วยน่อ บะบายๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เข้ามายืนยันว่าปะป๊าโจ้เท่จริงๆค่ะ เคยเจอๆ 555
ยิ่งพอพูดเรื่องเทวดาเป็นยาจกนี่ โอ้วโหวววว พี่ติ๊กชิดซ้ายยยยย
ชอบมากจริงๆอะ เราไม่เคยคิดถึงเลยเนอะ
อ่านแล้วก้มีกำลังใจด้วย เรื่องที่ว่าจบมหาลัยธรรมดาแต่ก้ทำงานได้ดิบดี
เอาวะ สู้ตาย!!
ps.อยากให้เพื่อนเราได้อ่านกันเยอะๆจังอะโจ้ ขอส่งต่อได้ปะ???
พีเอส2--- ขอบคุณโจ้ที่แบ่งปันเรื่องดีๆมาให้อ่านนะจ๊ะ

#1 By PigGie*F+uN (203.121.152.141) on 2007-12-07 21:20

อืมม เป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยอ่ะ

เป็นเรื่องจริงที่ใครหลายคนมองข้าม

น่าจะเอาไปลงกระทู้แล้วให้เด็กเอนหรือเด็กที่จะซิ่วอ่านจัง

ปล..

อยากเจอปะป๊าคนนี้จัง

เราเป็นเพื่อนฝัน (กรองทิพย์ ขำพิจิตร)นะ ^^

#2 By Kate (58.9.86.55) on 2007-12-07 21:42

Your dad is a legend

#3 By Film (124.121.168.120) on 2007-12-07 21:56

Why didn't you tell me before about your super-dad?
He thinks like my father and I think like your dad too.
well just for know that I think I will visit your shop again for doing my photo book project!?
Interesting?
Just Call me
ok!?
bye
miz

#4 By Xielz de Heart on 2007-12-16 02:36

หางานๆๆ ๆ ๆ

ต่างจากพ่อผม ที่พยายามพูดให้ลูกตัวเองเอาทุนไปเรียนนอกให้ได้ แล้วกลับมาเป็นอาจารย์ ... แบบพ่อ open-mounthed smile

#5 By book on 2007-12-22 23:39

ขอบคุณมากที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นให้ผมได้อ่าน(ซึ่งเจ็ดร้อยวันแปดร้อยจะมีสักหน)
ซึ้งใจครับ

#6 By บ้าเปล่า on 2007-12-27 21:44

หุหุ ป๊าวาวไม่เคยมีแนวๆนี้บ้างเลยอ่ะ

แต่ก็ถือว่าใจดีมากๆแล้วที่ให้เปลี่ยนมาเรียนแนวนี้

แต่ก็ยังกำชับให้เอาเกียรตินิยมให้ได้ ง่า

อยากเป็นช่างภาพเหมือนกันนะนี่ แต่ดูเหมือนจะเหมาะกะผู้ชายเนอะ

ปล.วาวเคยแต่ไปเที่ยวกะป๊าแล้วทิ้งน้องกะแม่ไว้อ่ะ 55+

#7 By Shiny (124.120.222.69) on 2008-01-10 16:38

อืมม ท่านพ่อพูดได้ดีมากมาย
เป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย (ถึงป๊ะป๋าข้าน้อยเองก็จะพูดอะไรคล้ายๆแบบนี้อะนะ555 แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว)
เท่ห์มากเลยฮะ ความจริงแล้วคนที่คิดอะไรแบบนี้หายากนะฮะงิ เป็นอะไรดีๆ ที่คนเรามักจะมองข้ามไปเนอะ
อยากเจอคุณป๊ะป๋าจัง^^

#8 By Lufiax北見先生 on 2008-01-31 13:54