คำสอนป๊า เทวดาเป็นยาจก
posted on 07 Dec 2007 21:10 by renile in My-Cabbalaเอ็นทรี่นี้เป็นคำสั่งสอนของป่าป๊านังไนล์ค่ะ บอกไว้ตั้งแต่วันสองวันก่อนแล้ว แต่พึ่งมีโอกาสได้เอามาลง
ประมาณว่ามันโดนใจดี เลยอยากเผื่่อแผ่
เรื่องมีอยู่ว่า...ช่วงนี้ไทเฮากับน้องสาวของนังไนล์ไปเที่ยวดอยกัน ทิ้งนังไนล์กับป่าป๊าเฝ้าร้านกันสองคนเป็นเวลาห้าวันเต็มๆ ช่วงนี้เราเลยได้คุยกันตามประสาคุณพ่อวัยดึกกับลูกสาวทีนเอจ (ขอใช้คำนี้หน่อยเหอะ ปีนี้จะเป็น ทีน ปีสุดท้ายแล้ว)
นังไนล์ก็เล่าเรื่องเพื่อนที่(เห็นบอกว่า)จะซิ่วให้ป๊าฟัง ป๊าก็ค่อนข้างงงๆ อารมณ์ไม่เข้าใจความคิดเด็กสมัยนี้ ว่าทำไมยอมเสียเวลาไปหนึ่งปีเต็มๆ
นังไนล์ก็เล่าว่าเพื่อนๆหลายคนตอนที่แอดมิชชั่นเข้ามาเนี่ย เข้ามาแบบไม่ค่อยรู้อะไรหรอก บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะเข้ามาเรียนอะไร (และในปัจจุบันนี้ ก็ยังมีคนไม่รู้ว่าตัวเองจะเอกอะไรอยู่ด้วย!)
พอเข้ามาแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่...ก็เลยซิ่ว ยอมเสียเวลา เพื่อไปเรียนสิ่งที่ตัวเองคิดว่าใช่
ป๊าส่ายหน้าแล้วก็บอกว่า ทำไมถึงให้ความสำคัญกับการเรียนซะขนาดนั้น?
โฮกกกก ป๊าดิฉัน! ทั้งประเทศไทยจะหาแบบนี้ได้ไหมวะเนี่ย???
ท่าทางป๊าจะเดาความคิดนังไนล์ออกเลยชิงเล่าเรื่องต่อทันใด (พร้อมกับชิงเต้าหู้ไข่ในแกงจืดไปด้วย)
...รู้ไหม มีช่างถ่ายรูปคนนึงจบเทคนิคการถ่ายภาพจากวิทยาลัยเล็กๆ ต่อปริญญาด้านการถ่ายภาพที่มหาวิทยาลัย...(ป๊าบอกชื่อ แต่เป็นมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดที่เราไม่รู้จัก) แล้วก็ออกมาทำงาน
ดูประวัติการศึกษาแล้ว...ไม่มีอะไรดีเด่นเลย
แต่งานที่เขาทำนะ มีทั้งถ่ายรูปงานแต่งงานภารดร งานหมั้นของทาทา แค่ปีนี้ปีเดียวถ่ายรูปคู่แต่งงานสองร้อยกว่าคู่แล้ว (หารสิบสอง....ก็ตกเดือนละเกือบยี่สิบคู่!)
ดูประวัติการทำงานซิ...น่าทึ่งไหม?
จากคนที่ประวัติการศึกษาไม่ได้โดดเด่น กลับทำงานได้สุดยอดขนาดนี้
พวกหนูที่เรียนๆไป ทำอะไรไปทุกอย่างน่ะ สุดท้ายอย่าลืมว่าเป้าหมายของเราคือการทำงาน
เพราะที่ร้านมีทั้งรับอัดรูปและรับถ่ายเอกสาร ป๊าเลยรู้
วันที่เราเป็นเทวดา แล้ววันต่อมากลายเป็นยาจก
หนูรู้ไหมว่าวันอะไร?
วันที่เรารับปริญญาไง ดีใจกันเหลือเกิน ถ่ายรูปกันร้อยสองร้อยใบ
แล้ววันต่อมาก็เอาเอกสารประวัติมาถ่าย...หาที่สมัครงาน
ถ่ายทีละสิบใบๆ เดือนแรกสิบใบ เดือนต่อมาสิบใบ
เดี๋ยวนี้เด็กคนนั้นเขาเลิกถ่ายเอกสารสมัครงานแล้ว....
...เพราะเขาทำงานกิจการของบ้านตัวเอง
เส้นระหว่าง บัณฑิตจบใหม่ กับ คนตกงาน ไม่ได้หนาอย่างที่เราคิด
แล้วป๊าก็บอกว่า เรื่องเรียนน่ะนะ ป๊าอยากให้รีบเรียนให้จบเร็วๆและหางานหาประสบการณ์ทำมากกว่า ไม่ต้องให้ความสำคัญกับการเรียนอะไรมากมายขนาดนั้นก็ได้
เพราะเป้าหมายหลักของเราคือการทำงาน การเรียนเป็นแค่การเปิดช่องทางให้เราเท่านั้น
ถ้าช่องทางของเราใหญ่ แต่เราตายอยู่กลางทาง...มันก็ไม่มีความหมาย...
ป๊าจบเรื่องที่พูด แล้วก็หันไปบอกพี่เจ้าของร้านอาหารเช็คบิล
ทิ้งนังไนล์ไว้กับความรู้สึกที่ว่า
ป๊าเป็นป๊าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก*
* ป๊าของนังไนล์เป็นอาเจ็กที่สามารถไว้หนวดและใส่แว่นได้โดยยังดูเท่ห์อยู่ และเป็นป๊าที่นังไนล์สามารถบอกได้อย่างภาคภูมิใจว่า ป๊าเรียนปริญญาไม่จบ (เรียนหมอแล้วก็โดนไทร์) เท่ากับวุฒิการศึกษาอยู่แค่ม.ปลายเท่านั้น แต่ป๊ามีร้านถ่ายรูปเป็นของตัวเอง ป๊าเคยเป็นนักดนตรี (รูปสมัยหนุ่มนี่สุดยอดมากๆ...ลูกๆจำไม่ได้เลย) เสียงเพราะจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นป๊าของเด็กผู้หญิงเสียงโคม่าสองคน ป๊าเคยกินเหล้าและสูบบุหรี่อย่างหนักสมัยเจอกับไทเฮาใหม่ๆ แต่เลิกแบบหักดิบทันทีที่เป็นแฟนกับไทเฮา
ปัจจุบัน...ป๊านั่งฟังเพลงแจ๊สพร้อมกับกำลังอ่านหนังสือของฝ่ายสาราณียกรคณะอักษรศาสตร์อยู่ พร้อมกับบ่นว่า "ทำไมเรื่องที่หนูเขียนมันเครียดจัง"
กร๊าก... จริงๆมีนิทานเรื่องนึงอยากจะเอามาเล่า แต่ไว้ก่อนแล้วกัน
ใครอ่านแล้วกรุณาติดตามตอนต่อไปด้วยน่อ บะบายๆ

ยิ่งพอพูดเรื่องเทวดาเป็นยาจกนี่ โอ้วโหวววว พี่ติ๊กชิดซ้ายยยยย
ชอบมากจริงๆอะ เราไม่เคยคิดถึงเลยเนอะ
อ่านแล้วก้มีกำลังใจด้วย เรื่องที่ว่าจบมหาลัยธรรมดาแต่ก้ทำงานได้ดิบดี
เอาวะ สู้ตาย!!
ps.อยากให้เพื่อนเราได้อ่านกันเยอะๆจังอะโจ้ ขอส่งต่อได้ปะ???
พีเอส2--- ขอบคุณโจ้ที่แบ่งปันเรื่องดีๆมาให้อ่านนะจ๊ะ
#1 By PigGie*F+uN (203.121.152.141) on 2007-12-07 21:20