วันนี้ทำให้นังไนล์ได้รู้ว่าบนโลกเน่าๆที่เรากำลังทำร้ายมันอยู่

ก็มีเรื่องดีๆที่ไม่ใช่เรื่องในนิยายเหมือนกัน

....เรื่องมีอยู่ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมากแล้ว...

นังไนล์เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เกี่ยวกับนักเรียนที่ได้ทุนไปเรียนญี่ปุ่น

เธอคนนั้นเป็นลูกค้าประจำของร้านเค้กแถวหอพัก

และเพราะเค้กน่ารักมากๆ

เลยไม่รู้ว่าจะเลือกอันไหนดี

ยืนเลือกอยู่นานทุกครั้งที่ไปซื้อ

จนวันนึงขณะที่เธอคนนั้นกำลังยืนลังเลอยู่

ก็มีชาวต่างชาติคนหนึ่งเดินมาสั่งเค้กหลายชิ้น

ใส่กล่อง

และเดินมายื่นให้เธอ

เขายิ้มอย่างใจดีและจากไป

นั่นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เธอได้เจอเขา

นังไนล์ในวัยเด็กอ่านเรื่องนั้นด้วยความปลื้ม

แหม...ถ้ามีใครซื้อเค้กให้เราเเบบนั้นก็คงจะดี

จนกระทั่งเวลาผ่านไป

เชอะ ความคิดด้านชั่วร้ายในใจก็เติบโตขึ้นมาถามว่าใครมันจะมาซื้อขนมให้แก?

วันนี้

นังไนล์เจอคนใจดีคนนั้นแล้ว

....

นังไนล์ไปหัวลำโพงเพราะกะจะแวะไปดูการ์ตูนซักหน่อย

พอผ่านร้านHappy Bunซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นร้านโรตีบอยมาก่อน (ขออ่านแบบภาษาไทย)

ก็คุยกับน้องว่าเดี๋ยวกลับมาซื้อแบ่งกันคนละครึ่งนะ

ตอนผ่านก็เล็งรสช็อกโกแลตไว้เรียบร้อย

แต่พอกลับมา...รสช็อกโกแลตก็หายไป....

นังไนล์กับน้องทะเลาะกันทันที...

น้องไม่กินวานิลลา

แต่นังไนล์เป็นคนออกตังค์ (งกซะไม่มี ก้อนละสิบบาท)

ทะเลาะกันซักครู่ก็เลยเอาช็อกโกแลตสติค

แต่พอสองพี่น้องเดินออกจากร้าน

ก็มีชาวต่างชาติคนนึง เรียกไว้

เขาเดินไปหาพนักงานและหยิบแบ๊งค์ยี่สิบให้

แล้วหันมาทำท่าพยักเพยิดให้เราเลือกขนมปังไป

นังไนล์ช็อก...

รีบพ่นภาษาอังกฤษงูๆปลาๆใส่

แต่เขาก็พยักหน้าและก็ชี้ไปที่ขนมปัง

ก่อนจะเดินจากไป

พนักงานคนขาย (หนุ่มหน้าเข้ม ตาสวยมากกก) ก็หันมาถามว่าจะเอาขนมปังอะไรดีครับ

เงินยี่สิบบาทซื้อขนมปังของร้านแฮปปี้บันได้สองลูก

ลูกเล็กๆ

แต่

สิ่งที่วันนี้นังไนล์ได้รับนั้นยิ่งใหญ่กว่านั้นเยอะ

(ไขมันสะสมอีกหลายกรัม)

(ล้อเล่นนะ)

ระหว่างทางกลับบ้าน

นังไนล์ก็เล่าเรื่องเด็กนักเรียนทุนญี่ปุ่นคนนั้นให้น้องสาวฟัง

และบอกน้องว่าจะเขียนเรื่องนี้ลงบล็อก

นังไนล์คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องดีๆที่มากพอสำหรับวันปกติแบบวันนี้

(ซึ่งไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจาก เล่นเดอะซิมส์และฟังเพลง)

แต่เมื่อกลับถึงบ้าน

นังไนล์เจอกับผู้หญิงคนนึงที่ตอนแรกก็นึกว่าเขาเป็นลูกค้ามาถ่ายรูป

เธอยืนทำอะไรก็ไม่รู้อยู่ที่กระจกข้างห้องน้ำ

นังไนล์ก็ไม่ได้สนใจ แข่งกันเล่าเรื่องขนมปังสองชิ้นกับน้องสาวให้ป่าป๊าและไทเฮาฟัง

พอดีเหลือบไปเห็นเธอกำลังล้างอะไรบางอย่างอันเล็กๆอยู่ๆ

"คอนแทคเลนส์เหรอคะ"

นังไนล์ถามด้วยสีหน้า...เอ่อ...นั่นพี่เอาน้ำประปาล้างคอนแทคเลนส์เหรอ?

เธอหันมาพร้อมกับตาที่แดงไปข้างนึงแล้วพยักหน้า

"เอาน้ำยาล้างดีกว่าไหมคะ เดี๋ยวหนูวิ่งขึ้นไปเอาให้"

แล้วนังไนล์ก็วิ่งขึ้นไปหยิบน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ที่ชั้นสาม

พอกลับลงมาก็เจอน้องสาวกำลังถือกระจกอันเล็กให้เธอคนนั้น

พลางสอนวิธีใส่คอนแทคเลนส์ให้

ตลกดี...ที่มีเด็กม.ต้นสอนผู้ใหญ่ใส่คอนแทคเลนส์เหมือนผู้เชี่ยวชาญ

ทั้งที่มันก็พึ่งจะหัดใส่คอนแทคเลนส์เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (นังไนล์สอนเองแหล่ะ แทบตีกันบ้างเปิง)

สามนาทีผ่านไป

คอนแทคเลนส์ก็เข้าไปติดอยู่บนตาขวาของพี่สาวคนนั้นเป็นที่เรียบร้อย

เธอขอบคุณแล้วก็รีบวิ่งกลับไปที่รถที่จอดรออยู่หน้าร้าน

นังไนล์คิดว่าเรื่องจบแล้ว

แต่ว่าเธอกลับวิ่งกลับมา

พร้อมกับหลอดยาสีฟันเซนโซดายน์

"คือว่าพี่ทำงานเป็นพิธีกรของบริษัทนี้น่ะ..." เธออธิบายเขินๆ "ขอบคุณมากนะจ๊ะ"

นังไนล์รับหลอดยาสีฟันมาและยิ้มให้เธอ

 

 

 

 

 

 

 

ขนมปังสองก้อน และ ยาสีฟันสี่หลอด...

 

 

 

 

 

 

 

 

แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น...

 

 

ขนมปังชิ้นเล็กๆ...ที่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่านั้น ^ ^

วานิลลาและลูกเกดสติก>.<

สิ่งที่เป็นมากกว่าที่เห็น - -+

จบแล้วจ่ะ ^ ^

สองพี่น้อง~(สิวขึ้นอ่ะ แง๊)

(ทายสิใครพี่ใครน้อง?) (หึๆๆ)

 


edit @ 2007/05/24 14:18:16

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อือหือ ... ประสบการณ์ที่น่าจดจำ

ปล. คนขวาแก่กว่า !!!
ปล.2 ยังกะหน้าใสขึ้นแฮะ รึเปล่านั่น

#1 By 【 G o r n 】 on 2007-05-23 22:18

อิอิ เราอยุ่วิทยาศาสตร์การกีฬาจ๊ะ
ทัวเยอะๆ อิอิ

#2 By a e . . . ♥ on 2007-05-29 23:28