"โฆษณาบ้าอะไรวะนั่นน่ะ"

ตั่วแปะเอ่ยหลังจากดูโฆษณาโรลออนทาจั๊กกะแร้ขาวสำหรับสุภาพบุรุษ

"ถ้ามันฉายเมื่อสมัยฉันนะ คนคงหาว่าประสาท"

"นั่นดิ มีอย่างที่ไหนโรลออนทาจั๊กกะแร้ผู้ชายให้ขาวขึ้น"

เสียงอาเฮียดังตามมา

"มันพยายามจะสร้างกระแส ล้างสมองเด็กรุ่นใหม่"

ป่าป๊าร่วมวงด้วย

"งั้นต่อไปผู้ชายก็ต้องโกนขนจั๊กกะแร้ด้วยสิ"

ว่าแล้วบุรุษสูงวัยกว่านังไนล์ก็ทำหน้าสยองพร้อมกัน

ดูท่าสามคนนี้กำลังคิดว่า เด็กผู้ชายรุ่นใหม่จะกลายเป็นไอ้งี่เง่าไร้สมองที่จะต้องโกนขนจั๊กกะแร้เพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม

ในวินาทีนั้น นังไนล์ก็นั่งหัวเราะไปด้วย

มนุษย์แม่งบ้า

อยู่ดีไม่ว่าดี

อีกซักห้าสิบปีผู้ชายคงต้องโกนขนจั๊กกะแร้ทุกเช้าหลังจากโกนหนวด

และก็จะมีผลิตภัณฑ์ครีมโกนขนจั๊กกะแร้ (เพราะจั๊กกะแร้กับใบหน้าไม่เหมือนกัน!)

แล้วก็จะมีผลิตภัณฑ์เครื่องโกนหนวดทูอินวัน (เพราะจั๊กกะแร้กับใบหน้าไม่เหมือนกัน รอบที่สอง!!!)

ไม่แน่ในอนาคตอาจจะมีเป็นทรีอินวัน (แต่จะโกนที่ใดนั้นก็เหนือความคิดที่เราจะคาดไว้ได้โดยไม่ทำให้เรื่องนี้ติดเรท)

ทว่า...

"แต่ถ้าหนูมีแฟนหนูจะให้เขาโกนขนจั๊กกะแร้นะ"

โดยน้องสาวนังไนล์ที่นั่งดูทีวีอยู่ด้วยกัน

"หนูว่า...ถ้ามีแล้วมันหยึยๆอ่ะ"

...ความคิดใหม่แล่นเข้าหัว...

"ไนล์ว่า...บางทีผลิตภัณฑ์นี้เขาอาจจะทำออกมาขายเพื่อให้ผู้หญิงได้เรียกร้องสิทธิสตรีมากขึ้นก็ได้นะ"

ทุกคนเงียบ...

เข้าใจไหม?

ประโยคเมื่อตะกี้น่ะ

ถ้าไม่เข้าใจ...ไปหาเครื่องถอนขนไฟฟ้าหรือไม่ก็แว๊กซ์ร้อนมาจัดการกับขนจั๊กกะแร้และหน้าแข้งดูสิ

(ถ้าไม่มีแนะนำให้ลองใช้แหนบดึงทีละเส้น)

ถ้าเราต้องทำขนาดนั้นเพื่อผู้ชายที่มันไม่ทำอะไรกับจั๊กกะแร้และหน้าแข้งมันเลย

แถมยังมีหน้ามาหัวเราะเยาะเราอีก

ก็...ไป...

....

...

....

...

ไปรับเด็กมาเลี้ยง

หรือไม่ก็โคลนนิ่งตัวเองมาเป็นลูกแล้วกัน

************************** จบ

ป.ล. ตอนนี้กระดูกหักอยู่ อาจจะออน+อัพได้น้อยลงข้าน้อยขออภัยเจ้าค่ะ...

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

5555 มันก็จริงนะ ถ้าผู้ชายไม่อยากโกนหนวด ถอนขนจั๊กกะแร้ ก็ต้องยอมรับผู้หญิงที่มีขนจั๊กกะแร้ยาวเฟื้อยและขนหน้าแข้งได้ด้วย

จริงๆ เราก็ไม่ได้กะเกณฑ์ว่าผู้ชายต้องกำจัดหนวดตามกระแสหรอก... แต่ตราบใดที่เรารู้สึกว่าขนจั๊กแร้ของเรามันไม่น่ามอง ทำให้เราดูน่าเกลียดจนต้องถอนทิ้งทุกครั้งที่มันยาวล่ะก็ นับประสาอะไรเราจะไปทนขนยาวๆ เหม็นๆ (เหงื่อ) ของคนอื่นได้ล่ะ ถ้าต้องทน เราว่ายอมขึ้นคานดีกว่า ก็ขนาดผู้ชายยังไม่ยอมรับของเราเลยนี่หว่า 5555

#1 By ++ r o s i f i x ++ on 2007-04-28 23:49

ขำ ก๊ากก จะว่าไปเราก็เคยคิดนะ ทำไมผู้ชายมันไม่โกนขนจั๊กกะแร้ฟ๊ะ (อีนี่แอบว่าง= =)พี่มันก็บอก มันบ่งบอกถึงความเป็นชายชาตรีเฟร้ย!!!
เหรอ...ดูและทุเรศอนาถจิตดีไม่หยอก ขนลุก แต่ก็นะ พวกผู้ชายที่ถอนกำจัดขนส่วนเกินเถือกนี้ เค้าเรียกว่าดูแลตัวเองดีสินะ(ได้ข่าวว่าอีนี่แอบเกย์- -)
เมโทร สินะ กร๊าก แถวบ้านเรียก สะดิ้งสำอางค์ เอิ๊กก ช่างหัวมันเถอะ มอยู่คานทองนิเวศน์กันดีกว่า 5555
ปล.อัพบลอคทีไล่ตอบบลอคชาวบ้านที ขอโทษที่ช้า= ="

#2 By Lufiax北見先生 on 2007-05-03 15:51

มนุษย์กำลังถูกล้างสมองด้วยสื่อ และสิ่งรอบตัว ผู้บริโภคกำลังโดนสะกดจิต

หุ่นยนต์ไขลานกำลังถูกโฆษณาโรลออนสะกดจิตเหมือนถูกรายการทีวีควอนตัมสะกดจิตให้ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าของมัน

ความเป็นตัวเราและความเป็นปัจเจกบุคคลกำลังถูกกลืนหายด้วย กระบวนการหนึ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ กระบวนนี้มีพลังงานแทบเท่าnatural selectionเลย มันคือกระแสของคนไทย ย้ำ คนไทย

ถ้าอยากผลิตโรลออนให้จักกะแร้ผู้ชายขาว เอาไปผลิตยาแก้แพ้ยาแก้แพ้ดีกว่าไหม?

จะว่าไปก็เพราะมนุษย์ไม่มีเจตน์จำนงอิสระได้เลย(มั้ง)(เกี่ยวกันตรงไหนวะ หรือแค่อยากพูด)
A man never has independent intention.

#3 By mountaincloud (203.113.41.135) on 2007-05-06 15:10