ช่วยด้วย

posted on 29 Jan 2007 20:40 by renile  in My-Life

เรื่องที่จะอัพวันนี้

ไม่ใช่เรื่องสนุก

ไม่ใช่เรื่องที่อ่านแล้วเรียกรอยยิ้ม

หรือว่าเรื่องซาบซึ้งกินใจ

เพราะเราไม่รู้จะทำยังไงดี

ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง

...............................................................................

 

เรื่อง...ภรรยาของป่าป๊า

ในที่สุด...วันนี้น้องสาวก็พูดออกมาว่าคนที่เธอเรียกว่าแม่

เป็นคนที่เห็นแก่ตัว ยิ่งกว่าเห็นแก่ตัวซะอีก

เราได้ยินแล้วก็อยากหัวเราะ

ไม่นึกเลยว่าแม้แต่น้องที่อยู่ม.ต้นจะพูดออกมาได้

ให้ตายสิ เราปฏิเสธความคิดนี้มานานมาก

กว่าจะยอมรับได้ก็ตั้งตอนม.ปลาย

ทำไงได้

ภรรยาของป่าป๊าเป็นผู้มีพระคุณแสนใหญ่หลวงเลยนี่

เขาเป็นแม่ของบ้านนี้

เป็นคนดูแลป่าป๊า

.............................................................................จริงเหรอ?

เราเริ่มถามตัวเอง

ว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆเหรอ

สองอาทิตย์ก่อนเขาไปงานเลี้ยงรุ่น

อาทิตย์ที่แล้วเขาไปดูหนังกับเพื่อนๆ

อาทิตย์ที่พึ่งผ่านมาเขาไปเที่ยวกาญจนบุรี

รู้สึกว่าอาทิตย์นี้เขาก็เกือบจะได้ออกไปเที่ยวแล้ว ถ้าไม่ป่วยไปซะก่อน

เมื่อก่อนเราคิดว่าถ้าไม่มีเขา บ้านเราคงจะแย่

แต่ตอนนี้เขากลับทำให้เราคิดว่า

ถ้าไม่มีเขาในบ้านซะได้

พวกเราจะอยู่กันอย่างมีความสุขแน่ๆ...

เมื่อก่อนเราไม่สนิทกับป๊าเท่าไหร่

และก็ไม่ค่อยกล้าคุย

การอยู่บ้านกับป๊าสองคนเป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึก...อืม...nervous? พอสมควร

แต่มันไม่ใช่เลย

ป๊าเป็นคนมีความคิดที่ดีมากๆ

มีมุมมองแปลกๆ

ตลกดีที่บทสนทนาของเรา น้องสาวและป๊า

กลับเป็นเรื่องการเรียน เรื่องบ้านเมือง เรื่องปัญหาสังคม

แล้วก็นั่งถกกันสนุกสนาน

ในขณะที่ภรรยาของป๊าก็คุยโทรศัพท์กับเพื่อน

คุยมันตั้งแต่6โมงเช้าถึง5โมงเย็น

ส่วนเรื่องงานบ้านน่ะเหรอ?

ปกติภรรยาของป๊ามักจะทำให้เราไม่กล้าให้ป๊าทำงานบ้าน

แขนป๊าไม่ค่อยดีประจำล่ะ

แต่ว่าจริงๆแล้ว

พวกเราสามคนแบ่งงานกันทำได้ไม่เห็นจะมีปัญหาตรงไหน

แต่เธอก็ยังพยายามยัดเยียดความรู้สึกที่ว่า

ให้ป๊าให้เขาทำงานเป็นสิ่งที่คนเป็นลูกไม่ควรกระทำอย่างร้ายแรง

เราเหนื่อยนะ

เหนื่อยกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

เหนื่อยกับการต้องฟังเสียงเขาบ่นด่า

เหนื่อยกับความรู้สึกผิดของตัวเอง ทำไมถึงเป็นเด็กดีไม่ได้?

เขาน่ะ เชื่อว่า

"หากคนเรามีความพยายามแล้ว ไม่ว่าอะไรก็สามารถทำได้"

ฟังดูสวยหรู

แต่จริงๆแล้วมันก็หมายความว่า

"หากแกทำอะไรไม่สำเร็จ หมายความว่าแกพยายามไม่พอ"

คำว่าพยายาม

สำหรับเราแล้วมันหนักมาก

เราเก่ง

ไม่พอ

เราต้องเก่งกว่า

เราต้องดีกว่า

ต้องยอดเยี่ยม

ต้องเป็นสุดยอด

ต้องให้ชาวบ้านชาวช่องเขาอิจฉา

เหมือนที่เขาอิจฉาคนนู้นคนนี้ไปทั่ว

"ทำไมไม่บอกแม่มึงไปเลยวะว่าให้ไปเอาไอ้พวกเด็กอัจฉริยะพวกนั้นมาเป็นลูก"

รู้ไหม?

ถ้าพูดออกไปแบบนั้น

เราอาจจะถูกตบตายได้เลยนะ

ตอนนี้

เราพึ่งรู้ว่าหนึ่งในลูกพี่ลูกน้องแสนอัจฉริยะของเราพึ่งพูดใส่หน้าแม่ของเขาว่า

"ทำไมคนเป็นลูกต้องเอาเงินให้แม่ใช้ทุกเดือนด้วย?หนูก็มีลูกของหนูแล้วนะ"

ส่วนพี่สาวอีกคน(อัจฉริยะพอกัน)ก็ตัดสินว่าจะไม่ไหว้พ่อตัวเองอีกต่อไป

"เพราะไหว้แล้วป๊าทำเมิน"

มันเป็นความล้มเหลวของครอบครัวใช่ไหม?

เรารู้สึกเสียใจแทนลุงกับป้า

แต่ในขณะเดียวกัน

เราสะใจมาก

เราดีใจมากๆ

นังคนที่เขาเห็นว่าดีกันนัก

มันไม่ได้ดีพร้อมอย่างที่คิดกันซักหน่อย

แต่ว่า

ก็ยังมีแม่"นางฟ้า"เหลือให้เปรียบเทียบอยู่อีกคน

ทุกคนบอกให้เราพยายามให้ได้แบบเขา

ซักครึ่งก็ยังดี

(พี่คนนี้สอบได้ทุนรัฐบาลไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น)

เป้าหมายหลักของเขาคือ เขาจะต้องเลี้ยงน้องชาย(อายุเท่าเรา)ให้ได้

เราเชื่อว่าเขาทำได้

ภรรยาของป๊าคนนั้นก็บอกว่าเชื่อว่าเขาทำได้

และก็มองมาที่เรา

เหมือนจะถามว่า

เราจะมีปัญญาเลี้ยงน้องไหม?

เราจะมีปัญญาไหม?

กับความฝันที่อยากเป็นนักเขียน

เราจะมีความกล้าพอไหม?

เพราะแม้แต่เราอยากเข้าอักษรเอกการละคร

เรายังไม่กล้าพูดออกมา

น้องสาว เพื่อน พ่อเพื่อน แม่เพื่อน กระทั่งคนขับรถบ้านเพื่อนยังรู้

ว่าเราจะเข้าเอกการละคร

แต่ไม่มีคนในบ้านเรารู้ซักคน

เราเคยถามว่าแล้วพี่สุดแสนอัจฉริยะคนนั้น

โตขึ้นเขาอยากเป็นอะไร

ไม่มีใครตอบได้

เพราะไม่มีใครสนใจ

แล้วเราล่ะ?

มีใครสนใจบ้างไหมว่าเราอยากจะโตขึ้นเป็นอะไร

อยากเรียนอะไร

อยากทำงานอะไร

ไม่มีใครรู้หรอก

ว่าจริงๆแล้วเราอยากเป็นนักเขียน

อยากมีบ้านอยู่ริมทะเลหรือบนภูเขา(จริงๆอยากอยู่ในป่า แต่เน็ตใช้ไม่ได้ ไม่เอา)

เอาเป็นว่าอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่กรุงเทพ

อยู่มาแล้วตั้ง18ปี เบื่อ

เราไม่อยากแต่งงาน

แต่เราอยากมีลูก

ต่อให้ลูกเราจะไม่มีพ่อ

เราก็ไม่สนหรอก

เราจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้เขาให้ได้

(หรือไม่เราก็จะหาพ่อใหม่ที่ดีกว่ามันให้ลูกเรา)

แล้วก็คอยเฝ้าดูลูกของเราโตขึ้นและมีลูกของเขาเอง

แก่ตัวลง

กลายเป็นป้าเป็นยาย

ก็อยากเป็นคุณยายที่ใจดี

เป็นผู้ใหญ่ที่เด็กๆอยากโตขึ้นเป็น

แค่นั้น

แล้วเราก็คงตายไป

เรื่องของเราก็คงจบ

แบบง่ายๆ

แต่ว่า...................

ในตอนนี้

เวลานี้

วินาทีนี้

เรายังยืนอยู่ตรงนี้

พร้อมกับความหวาดกลัว

น้ำตา

เสียงร้องไห้เงียบๆ

กอดความฝันของตัวเองไว้

กอดความเป็นเด็กของตัวเองเอาไว้

ไม่รู้จะเริ่มเดินต่อไปยังไงดี

โดยที่ไม่ต้องเสียสิ่งเหล่านี้ไป

ไม่เสียความฝันเหล่านี้

ไม่เสียจุดมุ่งหมายเหล่านี้

........

....

..

...

....

.......

.....

...

..

....

.....

.......

ช่วยด้วย

ใครก็ได้

ช่วยด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

บลอคสวงจังค่ะ

#1 By *~นักสืบคิด~* on 2007-01-29 20:44

อยากช่วยนะคะ แต่ลำพังตัวเองก็ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่มั่นคนเท่าไหร่

ทำได้ก็แค่ ให้กำลังใจ ก้าวต่อในทางเดินที่ตัวเองรักดีกว่านะ เขาว่ากันว่า "คนที่น่าอิจฉาที่สุด ไม่ใช่คนที่รวยที่สุด หรือว่าคนฉลาดที่สุด แต่เป็นคนที่ได้ทำงานที่รักที่สุด"

และ เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด ^^

#2 By №∏ãm on 2007-01-29 20:48

เราคิดว่าคุณแบกภาระที่คนรอบข้างเอายัดเยียดใส่บ่าคุณมากเกินไป ควรจะปลดที่ไม่จำเป็นไม่สำคัญต่อชีวิตคุณทิ้งไปเสียบ้าง คุณควรอยู่เพื่อตัวเอง ทำเพื่อตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แคร์เฉพาะคนที่คุณต้องการจะแคร์ ดูแล เอาใจใส่และปกป้องคนที่คุณรัก ส่วนคนที่คุณไม่ได้รัก... อาจจะโหดไปนิด แต่ขอแนะนำให้คุณตัดพวกเขาทิ้งไปจากชีวิตคุณเสีย อย่าเก็บเอาพวกเขามาเป็นอารมณ์ ชีวิตเป็นของคุณ จะสุข จะทุกข์ จะหนาว จะร้อน จะเจ็บปวด มีแต่คุณเท่านั้นที่ได้รับผลเข้าไปเต็มๆ คนอื่นๆต่อให้อย่างไรก็เป็นคนอื่น ไม่ได้รู้สึกอย่างที่คุณรู้สึก เพราะอย่างนั้นคุณจึงต้องตัดสินใจด้วยตัวของคุณเอง และทำเพื่อตัวของคุณเอง

ในชีวิตคุณคงจะต้องพบเจอกับอะไรอีกมาก แต่ขอให้คุณจดจำความรู้สึกในตอนนี้เอาไว้ จดจำความฝัน ความรู้สึก ความปรารถนาของคุณเอาไว้ วันใดที่คุณเริ่มรู้สึกเคว้งคว้าง ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน และไม่รู้จะเดินไปที่ไหน ขอให้คุณย้อนกลับมามองที่จุดเริ่มต้น ระลึกถึงความฝันและความตั้งใจของคุณ แล้วคุณก็จะค้นพบทางที่คุณต้องเดินต่อไปเอง
เราเองก็อยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ถูกคนรอบข้างกดดันเช่นเดียวกัน แต่เราได้ตัดสินใจเลือกทางเดินของเราเองแล้ว และขอยืนยันว่าเราจะไม่มีวันเสียใจที่ตัดสินใจเลือกเช่นนั้น

ขอให้คุณโชคดี

#3 By naranjina on 2007-01-29 21:38

ชื่นชมพี่โจ้นะที่อดทนมาได้ถึงทุกวันนี้ พี่โจ้เคยบอก ผู้ใหญ่น่ะถูกเสมอ ผู้ใหญ่น่ะไม่เข้าใจเด็กหรอก ใช่ค่ะ และนาวก็รู้ว่าถึงจะทำหูทวนลมยังไงแต่สิ่งที่ผ่านมาก็ย่อมตกค้างให้เราได้เห็นอยู่...

นาวปลอบคนไม่เป็นนะ แต่ก็อยากให้รู้ว่าต่อให้ไม่มีผู้ใหญ่ ก็ยังมีเพื่อนที่เข้าใจเราอยู่ ถึงจะเคยเห็นหน้าหรือไม่เคยเห็น แต่ความจริงใจน่ะมันล้มเอ่อไปหมด คำปลอบที่ฟังตะขิดตะขวง แต่ก็ยังดีกว่าไม่สนใจ(สรุป ยังมีคนน่ารักๆคนนี้คอยรับรู้ความทุกข์องพี่อยู่ - -+)

เอ้อ ชักเลอะ อ่านแล้วไม่เข้าใจว่าพิมอะไรไป เอาเป็นว่ามีอะไรถึงจะระบายได้แค่ร้องไห้ แต่อินเตอร์เน๊ตก็เป็นอีกทางนึงที่จะปลดปล่อยความทุกข์ออกมาได้เหมือนกันนะคะ ^^


รักพี่สาวค่า

#4 By •Le' LapiN—• on 2007-01-30 21:18

#5 By ^yUi^ (210.1.13.194) on 2007-02-01 14:44

กู เ ข้ า ใ จ
สู้ ต่ อ ไ ป น ะ เ เ ก
มี อ ะ ไ ร ใ ห้ ช่ ว ย บ อ ก ไ ด้

ป อ ล อ
ไ ป อ่ า น ห นั ง สื อ บ้ า น กู ม ะ ?

#6 By ^yUi^ (210.1.13.194) on 2007-02-01 14:45