เรื่องเศร้าๆเคล้าความจริง-ของขวัญวันเกิด(1)_
posted on 25 Nov 2005 23:31 by renileเรื่องของฉันเริ่มต้นก่อนการเริ่มของเรื่องนี้ซักเล็กน้อย คงต้องบอกว่าในตอนนั้นฉันยังเป็นสิ่ง"สดใหม่"ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความฝัน จากเส้นเพียงไม่กี่เส้นที่ค่อยร่างๆขึ้นเป็นรูปร่างของสิ่งมีชีวิตธรรมดาๆที่มีสัดส่วนแตกต่างไปจากความเป็นจริง มันเรียกว่าความผิดปกติในธรรมชาติ แต่กลับถูกเรียกว่า ความคิดสร้างสรรค์ ในโลกของคนที่สร้างฉันขึ้นมา
ดวงตาของฉันโตและกลมกว่าปกติ แขนและขาก็สั้นเกินกว่าที่จะใช้งานอะไรได้ และหัวก็มีขนาดเท่ากับลำตัวเลยทีเดียว แต่มนุษย์มากหน้าหลายตากลับมองความผิดปกตินั้นด้วยความชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นคนที่ร่างภาพของฉันขึ้นมา คนที่เดินผ่านไปผ่านมาหน้าร้านที่ฉันถูกจัดวางไว้อย่างมีไอเดีย เด็กตัวเล็กๆที่วิ่งมาเกาะกระจกร้านพลางใช้ดวงตาใสแจ๋วของพวกเขาจ้องมองมาที่ฉันหรือแม้กระทั่ง เด็กสาวที่เลือกฉันขึ้นมาจากบรรดาเพื่อนและพี่น้องที่สีสันแตกต่างกัน
"ตัวนี้เป็นไง น่ารักเนอะ" นิ้วเรียวๆของเธอหยิบโซ่ที่ติดอยู่กับศีรษะของฉันขึ้นมา และยกตัวของฉันขึ้นมาใกล้ๆใบหน้าจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจเข้ามากระทบผิวหนังที่ทำจากพลาสติกของฉันให้เกิดความอบอุ่นขึ้นมา เธอก็เหมือนๆกับเด็กหญิงคนอื่นๆที่มาเลือกดูพวกพี่น้องของฉันอย่างสนุกสนาน แต่ดวงตาโตๆของเธอกลับมีบางอย่างที่แตกต่างจากดวงตาของเด็กสาวเหล่านั้น
เธอมีดวงตาที่ดูน่าหลงใหลไม่ใช่เพราะมันประดับประดาไปด้วยขนตางอนยาวหรือเพราะมันมีสีที่สวยงามราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่สิ่งที่ทำให้ฉันหลงใหลในทันทีนั้นคือ แววตาที่เป็นประกายซึ่งฉายออกมาอย่างไม่ปิดบัง
มันทำให้ฉันนึกถึงแววตาของคนที่สร้างฉันขึ้น แต่ว่าผู้ชายคนนั้นไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความอ่อนโยนเหมือนกับเธอคนนี้ เธอที่กำลังพลิกฉันไปมาบนฝ่ามือ สัมผัสที่ได้รับทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆขึ้นมานิดๆ ฉันเคยถูกผู้หญิงมากหน้าหลายตาแตะต้องมาก่อน แม้กระทั้งฝ่ามือของเด็กหนุ่มก็เคยมาแล้ว แต่ว่าไม่มีมือไหนที่จะให้ความรู้สึกเดียวกันกับฝ่ามือของเธอ
มันไม่นิ่มเอาซะเลย ซ้ำยังหยาบกระด้างและก็สากเอามากๆ มากกว่าผู้ชายบางคนที่เคยจับต้องฉันซะอีก นั่นทำให้ฉันยิ่งทวีความสนใจในตัวเธอมากขึ้น เด็กสาวคนนี้เป็นใครและทำอะไรมาก่อนนะ ถึงได้แตกต่างจากมนุษย์ทุกคนที่ฉันเคยพบเหลือเกิน
"ไหนดูซิ" เสียงของเด็กสาวอีกคนดังขึ้น พลันสัมผัสของมือก็เปลี่ยนไป ฉันรู้สึกว่ามือที่ถือร่างของฉันไว้นิ่มขึ้น แต่เสียงที่ดังมากระทบหูของฉันกลับกระชากมากกว่า ไม่นุ่มนวลเหมือนมือที่จับเอาซะเลย
"ก็น่ารักดี แต่ทำไมเอาชุดนี้วะ เสร๊อ เสร่อ เอาตัวที่ใส่ชุดบิกีนี่ดิ แนวดี" แหนะ นอกจากเสียงจะไม่เพราะแล้วยังปากหมาอีก ทำไมสิ่งที่ออกมาจากปากหล่อนแต่ละอย่างถึงดูมีค่ามีราคาน้อยกว่าสิ่งที่เข้าไปนะ
"บ้า เสร่อตรงไหน ใส่ชุดทหารนี่แหล่ะน่ารักดี" เธอค้านเสียงอ่อย "จะได้เหมือนตอนเขาใส่ชุดร.ด.ไง แล้วก็จะได้ดูเข้มแข็งดีด้วย"
"โอ๊ย จะอ้วก อะไรมันจะหวานขนาดนั้นวะ จะเอาอะไรก็เอาเหอะ เดี๋ยวต้องไปเอาเค้กอีก พี่คะ นี่เท่าไหร่"
ฉันถูกส่งกลับมาอยู่ในมือของเธออีกครั้ง เธอลูบฉันเบาๆและยิ้มให้อย่างอ่อนโยนที่สุด ฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่เกิดขึ้นภายใจร่างกายพลาสติกของฉัน ฉันอยากจะยิ้มตอบรอยยิ้มของเธอซะเหลือเกิน แต่ฉันไม่ถูกสร้างขึ้นให้มีริมฝีปาก สิ่งที่ฉันทำได้จึงมีแค่การส่งสายตาแห่งความปราถนาดีไปให้ผ่านดวงตากลมๆของฉันเท่านั้น
"แกจะห่อเองเลยเหรอวะ เราว่าเอาไปให้ที่ร้านเขาห่อให้ดีกว่าว่ะ แป๊บเดียวเอง"
"ไม่เป็นไร ซื้อกระดาษกลับไปห่อที่โรงเรียนก็ได้ วันนี้ห้องเขาเลิกช้า เรียนตั้ง8คาบ"
"นี่จำตารางสอนเขาได้เลยเหรอวะ ต๊าย เป็นเอามาก"
"เออน่า อย่าล้อสิ"
ฉันนิ่งฟังเสียงสนทนาระหว่างเธอกับเด็กสาวเพื่อนของเธออีกคนอยู่ในซองสีน้ำตาลที่เจ้าของร้านใส่ฉันเอาไว้ แรงสั่นสะเทือนเบาๆเป็นจังหวะบ่งบอกว่าฉันกำลังเคลื่อนที่อยู่ ฉันจะไปที่ไหนกันนะ? แต่ว่าคำถามนี้ก็คงไม่สำคัญเท่ากับบทสนทนาที่เด็กสาวสองคนกำลังคุยกัน ถึงฉันจะเกิดได้ไม่นาน แต่ฉันก็รู้ว่ามันสื่อถึงชายคนหนึ่ง อาจจะเป็นแฟนของเธอละมั้ง แต่ก็ไม่แน่ ฉันรู้สึกว่าเสียงของเธอที่พูดถึงเขาดูจะมีความเขินอายแทรกอยู่ อาจจะเป็นแค่คนๆหนึ่งที่เธอชอบเฉยๆก็ได้ ซึ่งฉันก็ได้แต่ภาวนาให้มันเป็นอย่างหลัง ทว่าน้ำเสียงของเธอเจือด้วยความสุขทำให้ฉันได้รับรู้ว่า ความชอบของเธอไม่ใช่แค่มิตรภาพแบบเพื่อนแน่นอน
ฉันถูกหยิบออกจากซองด้วยมือสากๆของเธอคนเดิมน่ะแหล่ะ ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มระบายอยู่และเธอก็ฮัมเพลงเบาๆระหว่างที่กำลังตัดกระดาษสีต่างๆบนโต๊ะ แม้แต่คนที่ไร้หัวใจที่สุดก็คงรู้ว่าเธอกำลังมีความสุข ทำเอาฉันมองเพลินไปเลย
"จะพอดีไหมเนี่ย" เธอหันมามองฉันขณะที่มือก็ตัดกระดาษแข็งไปด้วย "ก็น่าจะได้เนาะ" เธอยิ้มอีกแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองจะละลายตามรอยยิ้มของเธอไปด้วยเลย ถึงฉันจะรู้ตัวก็ตามเถอะว่าจริงๆแล้วคนที่เธอตั้งใจจะยิ้มให้ไม่ใช่ฉัน
ในที่สุดสิ่งที่เธอเพียรพยายามทำก็สำเร็จ ฉันที่นั่งดูอยู่ยังพลอยรู้สึกดีใจไปด้วย จากกระดาษหลากหลายสีที่ค่อยถูกติดเข้าด้วยกันจนเป็นแผ่นเดียว แล้วเธอก็เปลี่ยนมันเป็นกล่องขนาดจิ๋ว ขนาดเท่ากับตัวของฉันเลย
เธอหยิบฉันหย่อนลงไปในกล่องและปิดมันลง แต่โชคดีที่กล่องกระดาษมีบางส่วนที่เผยออยู่ ฉันจึงมองเห็นภาพภายนอกได้ ฉันเห็นเธอเดินวนไปวนมาในห้องอยู่หลายครั้ง เพื่อเก็บเศษกระดาษที่เหลือและก็เก็บข้าวของที่วางทิ้งไว้เกลื่อนห้องไปพร้อมๆกัน ภายในห้องไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ยังมีเด็กหนุ่มและเด็กสาววัยรุ่นราวคราวเดียวกันอีกหลายคน
"มาแล้วๆ" แม้แต่เสียงกระซิบก็ยังแสบแก้วหูจริงๆยัยคนนี้ ฉันคิดเมื่อเห็นประตูห้องเปิดออกและเพื่อนของเธอก็วิ่งเข้ามา "เอาปิดไฟเร็วๆ แล้วทำเงียบๆไว้นะ ให้สัญญาณแล้วค่อยร้องเพลง"
ไฟถูกดับลงอย่างรวดเร็ว ห้องทั้งห้องเงียบกริบ แล้วทันใดนั้นฉันก็ถูกหยิบขึ้นจากโต๊ะและถูกวางไว้หลังกองสมุด โชคยังดีที่สมุดตั้งสูงนั่นบังฉันได้ไม่มิด ฉันจึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในห้องได้เกือบทั้งหมด
ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับเด็กหนุ่มสองคนที่ก้าวเข้ามา คนหนึ่งตัวสูงปานกลางขณะที่อีกคนตัวเล็กแล้วก็อ้วนกว่า ไม่บอกฉันก็พอจะเดาได้ว่า คนที่เธอชอบนั้นต้องเป็นคนสูงแน่นอน เขาเป็นคนผิวค่อนข้างคล้ำ หน้าตาปานกลาง...แบบคาบเส้น แต่มีดวงตาที่กลมและสุกสกาวกว่าใคร
ฉันเห็นว่าเธอดูจะประหลาดใจเล็กน้อย แค่นิดเดียว เพราะเธอเก็บอาการไว้ได้อย่างมิดชิด ทว่าสิ่งที่ตามมานั้นกลับสังเกตได้ง่ายดายมากกว่า แม้ว่าใบหน้าของเธอจะระบายด้วยรอยยิ้มแต่ประกายในดวงตาหายไป ราวกับดาวที่ถูกเมฆบังในชั่วพริบตา
แล้วฉันก็เห็นสิ่งที่ทำให้เธอต้องยิ้มอย่างเศร้าๆ ก็ในมือของเด็กหนุ่มที่เดินเข้ามาในห้องนั้นน่ะ...มันเต็มไปด้วยถุงที่ใส่ของขวัญเต็มไปหมด ส่วนที่แขนอีกข้างก็มีกรอบรูปอันยักษ์ที่ใส่รูปของเด็กหนุ่มเองไว้ในมือ
เมื่อเห็นแบบนั้นแล้วฉันก็อดที่จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมานิดๆไม่ได้ ฉันเป็นแค่ตุ๊กตาตัวเล็กที่เล็กซะยิ่งกว่ากำปั้นเด็กทารกซะอีก แต่เขามีของขวัญน่ารัก ที่น่ารักกว่าฉันอีกเป็นร้อยเท่าพันเท่าอยู่เต็มถุงโตๆนั่นแล้วนี่
ฉันเห็นเธอนั่งลงและชื่นชมกรอบรูปนั่น
"ดีใจมากเลยล่ะสิ" เธอยิ้มอีกแล้ว แต่มันก็ไม่ได้เกิดจากความเสแสร้ง...ฉันเองก็คิดเหมือนกันว่าถ้ามีใครทำของขวัญให้แบบนั้นก็คงจะดีใจมากเหมือนกัน แต่ว่า...ยิ่งเห็นรอยยิ้มนั้นฉันกลับรู้สึกเศร้าใจแทนเธอ
"อืม ซึ้งเลยอ่ะ ไม่นึกว่าเพื่อนๆที่ห้องจะทำให้" เขาเองก็ไม่รู้อะไรเอาซะเลย ซื่อบื้อชะมัด "เอ้อ แล้วเนี่ย ของขวัญใครไม่รู้มาวางไว้ที่โต๊ะ" เขาหยิบตุ๊กตาแมวตัวหนึ่งออกมาจากถุง มันเป็นแมวสีขาวสะอาด แล้วก็น่ารักมากๆด้วย
"แกไม่รู้จริงๆดิว่าใครให้?" เสียงของเพื่อนของเขาดังขึ้น จากมุมที่ฉันมองอยู่ ฉันมองไม่เห็นสีหน้าเพื่อนของเขา แต่ว่าดูจากสีหน้าของคนอื่นๆ ฉันคิดว่าอาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นก็ได้ เด็กสาวเพื่อนของเธอหันมามองหน้าเธออย่างกังวล
"ก็ไม่รู้สิวะ" เขายังคงไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ไม่รู้แม้กระทั่งว่าบรรยากาศที่อบอุ่นๆเมื่อครู่นี้มันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
เพื่อนของเขาเอ่ยชื่อๆหนึ่งออกมา มันเป็นชื่อของผู้หญิง มันไม่มีความหมายใดๆกับฉัน แต่ว่า...ฉันคิดว่ามันมีความหมายมากกับคนอื่นๆ
เพื่อนบางคนในห้องมองเธอด้วยสายตาเป็นห่วง ขณะที่สีหน้าของเขาก็แลดูสดใสขึ้นมาทันที เขาจับเจ้าตุ๊กตาแมวนั่นอย่างทะนุถนอมมากขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้ฉันรู้สึกเป็นห่วงเธอขึ้นมาทันที เธอที่ชอบเขามากกว่าใครๆจะรู้สึกยังไงกันเหรอ? ตอนแรกฉันก็ไม่กล้ามองหน้าของเธอนัก ฉันไม่อยากเห็นภาพความเจ็บปวดใดๆบนใบหน้าของเธอ แต่สุดท้ายฉันก็มอง...แล้วก็ต้องรู้สึกเสียใจจริงๆที่มองเข้า
เธอยังยิ้มอยู่ แม้ว่ารอยยิ้มนั่นจะคลายลงเล็กน้อย แต่ว่า...ไม่รู้สิ รอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองไม่ได้รู้สึกดีเลย กลับกัน มันกลับทำให้ฉันรู้สึกอยากร้องไห้ ถ้าหากว่าตุ๊กตาพลาสติกอย่างฉันจะร้องไห้ได้
"ไปเดินเล่นแป๊บนะ" จู่ๆเสียงอันแสบแก้วหูของยัยตัวแสบกลับฟังดูดีขึ้นมากกว่าเดิม ท่ามกลางบรรยากาศที่บอกไม่ถูกนี้ "ไป ไปด้วยกันหน่อยดิ" หล่อนคว้าแขนของเธอและลากเธอออกจากห้องไปด้วยกัน
หลังจากมองร่างของเธอลับหายไป ฉันหันกลับมามองดูเขาก่อนจะรู้สึกปวดร้าวขึ้นมา การที่เธอออกจากห้องไปอาจจะเป็นการดีกว่าก็ได้ เพราะตอนนี้เขาที่เธอชอบมากที่สุดกำลังนั่งเล่นกับตุ๊กตาสีขาวตัวนั้น เขายิ้มและหัวเราะเมื่อเอามันไปแหย่เพื่อนคนอื่นๆ เขากำลังมีความสุข ภาพของเธอที่กำลังทำกล่องของขวัญซ้อนขึ้นมาแว๊บนึง ทำไมภาพของเขาที่กำลังหัวเราะกับภาพของเธอที่กำลังยิ้มอย่างน่ารักถึงไม่ได้ถูกนำมาวางไว้ด้วยกันนะ
ฉันรู้สึกว่างเปล่า อันที่จริงฉันก็ควรรู้สึกว่างเปล่าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ก็ภายในตัวของฉันไม่มีสิ่งที่เรียกว่าหัวใจหรือว่าความรู้สึกมาตั้งแต่แรก ใช่แล้ว ฉันไม่มีอะไรทั้งนั้นนอกจากรูปร่างน่าตาพิกลพิการที่คนอื่นมองว่าน่ารักเสียเต็มประดา ก็แค่นั้น แค่หน้าตาเท่านั้นเอง
จู่ๆเสียงมือถือของใครซักคนก็ดังขึ้น ของเขานั่นเอง เขาหยิบมันขึ้นมาดูพร้อมกับค่อยวางเจ้าตุ๊กตาเหมียวสีขาวนั่นลงในถุงเพื่อไม่ให้มันสัมผัสกับพื้นห้อง
"ครับ ครับ รู้แล้วครับ"
เขาพูดกับใครอีกคนที่ปลายสายพลางเดินวนไปวนมาจนหลุดออกจากระยะการมองเห็นของฉันเป็นระยะ
ในที่สุดบทสนทนาของเขาก็สิ้นสุดลง เขาใส่มือถือไว้ในกระเป๋ากางเกงตามเดิมก่อนจะพูดสิ่งที่ทำให้ฉันถึงกับตัวแข็ง
"แม่เราเรียกกลับบ้านว่ะ เขาบอกว่าจะพาไปเลี้ยงวันเกิดข้างนอก"
อย่านะ อย่าพึ่งไปสิ เธอยังไม่ได้อวยพรเขาเลย แล้วยังเค้กก็ยังไม่ได้ถูกแต่ต้อง แล้วที่สำคัญ...เธอยังไม่ได้ให้ของขวัญที่เธอตั้งใจจะให้กับเขาเลยนะ ฉันอยากจะร้องตะโกนออกมาจากในกล่อง ฉันไม่อยากจะเห็นภาพของเธอกลับมาพบกับห้องที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งคนที่เธออยากจะให้ของขวัญที่สุด
edit @ 2005/11/25 23:35:10
เคล้าความจริง..จริงๆเรยน๊าโจ้
อะฮ่า...เน่าแระ
จะคอยตอนต่อไปนะ
(แต่ตรงย่อหน้า เว้นเยอะกว่านี้หน่อยก็ดีนา อ่านลำบากๆอยู่)
Ps. ดูเศร้าๆจัง เป็นความจริงกี่ % เนี่ย
#1 By 【 G o r n 】 on 2005-11-25 23:42