วันนี้เพื่อนซี้ที่เรียนละครด้วยกันโทรมาปรับทุกข์เพราะว่าคุณแม่ของนางพยายามลากนางไปทำงาน "อะไรก็ไม่รู้" ที่ญาติผู้ใหญ่ฝากให้ บอกอย่างเดียวว่าของ "UN"
 
ตอนแรกฟังแล้วก็ เออ...จะให้กุไปทำอะไรยังไม่รู้เลย เอายูเอ็นมาอ้าง เกิดเขาให้ไปเป็นคนขัดส้วมจะทำไงละวะคะ แล้วนังไนล์ก็เกิดเดจาวูขึ้นมาว่า เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ นี่มันเหมือนตอนที่แม่นังไนล์พยายามลากนังไนล์ไปทำงานที่บริษัท"ของต่างประเทศ"โดยที่"เพื่อนแม่จะฝากให้" แต่พอถามว่าทำอะไรก็มึนเบลอใส่เลยนี่หว่า
 
นี่แม่ๆเขาเป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงได้มีรูปแบบการล่อลวงลูกๆไปทำงานเหมือนกันเป๊ะเลยวะคะ?
 
แล้วนังไนล์ก็เก็บความสงสัยนี้ไปคุยกับรุ่นพี่ฝ่ายขายของบริษัท ((อนึ่ง ตอนนี้นังไนล์เรียนจบแล้ว ได้ทำงานตามสายงานที่เรียนมา เงินเดือนสูงสำหรับคนที่จบอักษร และก็สบายดีแม้จะมีปัญหาว่าเงินเก็บน้อยไปหน่อย XD )) เพราะเห็นว่ารุ่นพี่แกอายุมากพอจะเป็นแม่เราได้และเป็นคนตรงๆมีอะไรก็พูด และมีความคิดลึกซึ้ง ปัจจุบันทำงานที่บริษัทมาได้สิบกว่าปี และทุกวันนี้ทำงานเพื่อเก็บเงินไปดำน้ำ~* 
 
เราก็เริ่มประโยคที่ว่า พี่ว่าเด็กๆรุ่นนี้ไม่ทนจิงป่ะ? 
 
"อืม"
 
=[]=" << คือแบบ...ในฐานะ"เด็กรุ่นนี้" นังไนล์ขอซีดไปสามวิ "ยังไงอ่ะคะ?"
 
ว่าแล้วพี่เขาก็ร่ายยาวๆมาให้ฟังนานพอที่จะกินสุกี้น้ำหนึ่งแห้งหนึ่งชาไข่มุกหมดอีกหนึ่งแก้วใหญ่
 
ขอสรุปมา ณ ที่นี้ปนๆกับการเสริมแต่งให้เข้าใจง่ายขึ้น ว่า ที่พี่เขาบอกว่าไม่ทนนั้น มันหมายถึงว่าเด็กสมัยนี้เน้นเอาตัวเองเป็นหลัก พยายามค้นหาว่ากูชอบอะไรให้ได้ แล้วพอคิดว่าเจอ ก็จะยึดติดมันเป็นสรณะ ฉันต้องทำสิ่งนี้ เท่านั้น โอนลี่ เพราะฉันทำแล้วมันคือตัวฉัน มันคือความสุข มันคือนิพพานชีวิตฉัน มันคือชัค นอร์ริส (ขออภัยขณะนี้นังไนล์ติด9gagอย่างหนัก) แล้วเด็กๆเหล่านี้ก็จะต้องการเลี้ยงชีพด้วยสิ่งนี้ แบบว่ากุจะทำไอ้นี่ไปจนวันตายและกุจะต้องได้เงินจากมันมาเลี้ยงชีพกุด้วย! แล้วพอไปเจอกับโลกภายนอกในชีวิตจริงก็จะแบบ เหย อันนี้มันไม่ใช่อ่ะจอร์จ มันไม่ใช่สิ่งที่ชอบ เพราะมันลำบาก มันกดดันไป มันนู่นนั่นนี่โน่น มันยังไม่ใช่ตัวฉัน ฉันต้องหาต่อไป ที่ๆเหมาะกับเราต้องอยู่ที่ไหนซักแห่งเหมือนเนื้อคู่ ที่ไม่รู้ว่ามีไหมแต่ขอกุมั่นใจว่ามีแน่ๆ
 
แล้วพวกเขาเหล่านั้นก็ลาออกไป~ 
 
ซึ่งพี่ฝ่ายขายแกก็ดูดน้ำอึกใหญ่แล้วทำหน้าไม่เข้าใจ เพราะชีวิตของคนรุ่นเขา มันไม่ได้มีอะไรให้เลือกเยอะ อาชีพก็คืองานที่ทำเพื่อเลี้ยงชีพ สิ่งที่มีความสุขคือ เงิน ที่ได้จากการเลี้ยงชีพนั้นและวันพักผ่อนเล็กๆน้อยๆที่ทำให้เขาได้ทำอะไรสบายๆลั่นล้าๆบ้าง ไม่ได้มาคิดหรอกว่างานนี้ทำอะไร แค่ทำไอ้นี่แล้วมันได้เงินดีไหม มากพอจะตอบโจทย์การเลี้ยงชีพที่ใฝ่ฝันไว้ไหม 
 
นั่นแหละ ผู้ใหญ่เขาถึงไม่เข้าใจไงว่าทำไมเราต้องอยากทำอะไรที่อยากทำกันนักหนา แล้วเราก็ไม่เข้าใจพวกเขาเหมือนกันว่าทำไมถึงสนแต่เงินกันนักหนา...
 
 
แต่เราอยากจะบอกนะ ว่าอาชีพน่ะ คือสิ่งที่ใช้เลี้ยงชีพ แล้วถ้าตัวเราคนเดียวยังเลี้ยงตัวเองไม่ได้ บางทีเราก็ต้องทบทวนอะไรหลายๆอย่าง การที่พ่อแม่ยินดีที่จะเลี้ยงเราต่อมันก็ดี...แต่มันคุ้มแล้วเหรอสำหรับเขาที่จะต้องมาเลี้ยงลูกที่ไม่ยอมบินออกจากรังเพราะว่าอากาศข้างนอกยังไม่ถูกใจซะที เราอาจจะชินกับการที่พ่อแม่เลี้ยงเรามา แต่วันนึงที่พ่อแม่ของเราไม่อยู่แล้ว เราจะทำยังไงต่อไป หัดบินใหม่ตอนนั้นจะช้าไปรึเปล่า? 
 
 
 
ให้เวลาตัวเองให้พอดี การได้ทำสิ่งที่อยากทำมันถือเป็นกำไร แต่ว่าชีวิตเราก็ไม่ควรจะขาดทุน ไม่ควรจะต้องกู้นี้ยืมสินใครมาเลี้ยงตัวเอง แม้ว่าคนๆนั้นคือพ่อกับแม่เราก็ตาม
 
 
อ้อ แล้วอีกอย่าง...สำหรับพ่อแม่...เรารู้สึกว่ารุ่นเราเพื่อนเป็นสิ่งที่เหนียวแน่นยิ่งใหญ่มาก เราไม่รู้หรอกว่าเด็กรุ่นเราโตขึ้นแล้วจะเป็นยังไง แต่ว่าพอออกมาทำงานแล้ว จำนวนเพื่อนมันจะลดลงแน่ๆ และจากการสังเกตคนมีครอบครัวแล้ว สุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่เราหาเลี้ยงตัวเองและ "ครอบครัว" ของเราได้ พูดเรื่องครอบครัวหลายคนอาจจะไม่อิน แต่ถ้าคิดถึงการหาเลี้ยงคนที่เรารักและลูกของเรา ... พอจะอินกันมากขึ้นไหมนะ? 
 
 
 
 
 
จันทร์ที่12 ธันวาคม บนพื้นในห้องเครื่องยนต์ ระหว่างพักจากงานที่เราขอบคุณมากๆที่ทำให้สามารถทำสิ่งที่ชอบและได้เงินที่เลี้ยงที่บ้านไปด้วยได้ แม้ว่าจะพึ่งจบปีนี้ก็ตาม 

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...